
ความบันเทิงทางสติปัญญาผ่าน ธรรมะ ดนตรี กวี ศิลป์
เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นเดือนแห่ง การยุติความรุนแรง นั่นคือการเลิกความรุนแรงต่อกัน ทั้งต่อผู้อื่นและตนเอง เพราะสังคมของเราทุกวันนี้ ทุกคนต่างเอาแต่เร่งรีบ ที่จะดิ้นรนแสวงหาซึ่งวัตถุมาตอบสนองความต้องการอันไม่สิ้นสุด จนเหน็ดเหนื่อย และเริ่มมองว่าการเรียกร้อ
“การยุติความรุนแรง ต้องเริ่มต้นหัวใจของเราก่อน” ดังที่ ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต กล่าว
จึงเป็นที่มาของ ‘ลานบุญ ลานปัญญา’ โครงการต้นแบบที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างเสถียรธรรมสถานกับหน่วยงานภาครัฐ 3 ส่วน คือ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการสร้างสังคมที่มั่นคงด้วยปัญญาและความงดงามด้วยน้ำใจของผู้คน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ธีระ สลักเพชร ได้มาแถลงข่าวโครงการ ‘ลานบุญ ลานปัญญา’ เพื่อกู้ประเทศชาติด้วยการกู้คนกลับมาบนหนทางอันประเสริฐ นั่นคือหนทางอริยะ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2552 ว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่เป็นห่วงปัญหา สังคม ปัญหาเด็กและเยาวชน ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมีเป้าหมายสร้างลานบุญลานปัญญาให้ครบทุกจังหวัดเพื่อเป็นพื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน โดยโครงการนี้เป็นดำริของนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมาคนไทยมีศาสนสถานเป็นศูนย์รวมทุกอย่าง โดยเฉพาะการเป็นพื้นที่เรียนรู้ แต่ปัจจุบันทุกคนห่างไกลจากบ้านวัดโรงเรียน และหันไปหลงใหลได้ปลื้มกับทุนนิยมโดยขาดภูมิคุ้มกันจึงทำให้เกิดปัญหาสังคม โดยเฉพาะปัญหาเด็กและเยาวชน ดังนั้นหากเราจะกลับไปสู่ความเป็นฐานราก จึงต้องกลับไปที่ศาสนสถาน ต้องกลับมาที่วัด มัสยิด โบสถ์คริสต์ ซึ่งทุกศาสนาต้องช่วยกัน
ในขณะที่ รศ. ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์และสื่อสารสาธารณะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าสถิติพื้นที่เสียรอบตัวเด็กมีมากกว่าพื้นที่ดีถึง 2 ใน 3 ดังนั้นเราควรร่วมมือกันเพิ่มพื้นที่ดีเพื่อดึงเยาวชนกลับมาให้ได้ และก็สนับสนุนการขยายพื้นที่ที่จะให้เสถียรธรรมสถานเป็นต้นแบบของการทำงานที่จะสร้างทีมของจิตอาสา
และเมื่อเสถียรธรรมสถาน ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยผ่านกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุย์ และมีภาคีอย่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาทำงานร่วมกัน งานที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมของ ‘ลานบุญ ลานปัญญา’ ในโครงการ ‘ธรรมะ ดนตรี กวี ศิลป์’ จึงเกิดขึ้นตามลำดับ...
เริ่มจาก...งาน ‘๓๑ ฅน ๓๑ ตัวตน’ ที่เป็นการรวมตัวของที่ผู้มีใจรักในงานศิละ มาร่วมแสดงพลังแห่งศรัทธา แบ่งปันความสุขใจผ่านเส้นสีและรูปทรงทางศิลปะ ซึ่งเป็นการ ‘ให้’ ด้วยจิตที่เบิกบานและรื่นเริงด้วยธรรม เพื่อให้ร่วมประมูลนำเงินรายได้ทุกบาททุกสตางค์ไปสมทบทุนสร้างสาวิกาสิกขาลัย มหาวิชชาลัยธรรมะเพื่อเยียวยาสังคม
ภาพวาดสีน้ำ ‘แม่ลูก’ ของ คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ผู้ไม่เคยวาดภาพมาก่อน แต่งานบุญภาคีเช่นนี้ ทำให้เธอตวัดพู่กันจีนเพียงครั้งเดียวด้วยสมาธิอันแน่วแน่ เกิดเป็นภาพแม่อุ้มลูกที่งดงาม และได้แสดงทัศนะไว้ว่า...
“ความรักในโลก ทุกชาติ ทุกภาษา จะเหมือนกันหมด คือ ความรักของแม่ที่มีต่อลูก”
ส่วนอีกท่านหนึ่ง อาจารย์วิเชียร วงศ์ศุภลักษณ์ เจ้าของผลงาน ‘ธรรมดา’ เทคนิคการเขียนสีอะคริลิก มีมุมองว่า...
“ส่วนใหญ่คนที่เขียนงานนั้นเขียนแต่ภาพกว้างๆ ของที่นี่ แต่ไม่มีใครมองเห็นจุดเล็กๆ นี้เลย ผมเลยเขียนรูป ‘โอ่ง’ ซึ่งไม่ใช่โอ่ง ‘ธรรมดา’ แต่เป็น ‘โอ่ง’ น้ำใจของคนที่นี่ และของคนไทยทั้งปวง”
นอกจากนี้ ยังมีภาพวาดจากศิลปินอีกนับสิบภาพ ที่เปิดให้ทุกท่านเข้าร่วมประมูลแบบบุญภาคีต่อได้ในเว็บไซต์ของเสถียรธรรมสถาน www.sdsweb.org <http://www.sdsweb.org> เพื่อสมทบทุนสร้างสาวิกาสิกขาลัย ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้
สู่...คอนเสิร์ตในลานธรรมที่งดงาม ที่ไม่อยากให้ทุกท่านพลาด คือการเข้าไปสัมผัสกับหัวใจอันอบอุ่นของผู้ชายอ่อนโยน 2 คน "ป๊อด" ธนชัย อุชชิน หรือ ป๊อด โมเดิร์นด๊อก และ นภ พรชำนิ ขวัญใจตลอดกาลของแฟนเพลง ที่จะมาเปิดคอนเสิร์ต ชื่อ ...ตั้งใจดี (ตั้งหลัก...ปักใจ...ทำดี) เพื่อยุติความรุนแรง ที่เป็นอีกหนึ่งในความพยายามที่จะใช้ความรักและเอื้ออาทร สร้างกระแสความอ่อนโยน เพื่อยุติความรุนแรงในโลกนี้ โดยทั้งสองจะร่วมกันขับขานบทเพลงสไตล์ Acoustic Jazz พร้อมกับแขกรับเชิญพิเศษ ที่ทุกคนรู้จักดี อันได้แก่ งามพรรณ เวชชาชีวะ วินัย พันธุรักษ์ และ อ๊อด คีรีบูน
ธนชัย อุชชิน พูดถึงการทำงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ในช่วงที่โทรศัพท์เข้ามาร่วมรายการวิทยุ ‘สาวิกา’ ว่า การทำคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสมดุลให้ชีวิต
“ในวันธรรมดาเราก็ใช้เสียงเพลงทำมาหากิน เป็นการทำงานทางโลกเพื่อเลี้ยงชีพ และเมื่อมีโอกาสก็อยากใช้เสียงเพลงเพื่อให้เกิดประโยชน์กับสังคมบ้าง”
ในขณะที่ นภ พรชำนิ ได้แสดงทัศนะไว้ว่า
“ผมยินดีทุกครั้งที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือใครหรือองค์กรใดๆ ยิ่งเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กและผู้หญิงซึ่งถูกเอารัดเอาเปรียบมากในสังคมไทยอยู่แล้วด้วย ผมก็ยินดีมาก เพราะจริงๆ แล้วสิ่งสำคัญที่สุดของสังคมบ้านเราก็คือการให้เกียรติผู้หญิง และการอุทิศตัวที่มากขึ้นของผู้ชาย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ”
นี่คือการทำงานทางธรรมด้วยความสามารถทางศิลปะของผู้ชายน่ารักทั้งสองคน
การทำงานครั้งนี้จึงเป็นการมารวมตัวกันของทุกคนด้วยความสุข ความอบอุ่น การแบ่งปัน และด้วยใจที่เบิกบาน”
สำหรับบรรยากาศของคอนเสิร์ตครั้งนี้ เขาตั้งใจจะให้เป็นบรรยากาศที่อบอุ่น ชื่นใจ ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนฝูงสามารถมานั่งฟังเพลงด้วยกันได้ เหมือนกับการร้องเพลงกันเองในบ้าน นอกจากนี้ ในโอกาสนี้ ท่านแม่ชีศันสนีย์ก็จะมาร่วมแสดงธรรมอันเป็นมุมมองด้านธรรมะที่มีต่อบทเพลงเหล่านี้ จึงเชื่อว่านี่จะเป็นสื่อที่ช่วยนำธรรมะกลับมาคุ้มครองทุกคนที่ได้รับฟังทั้งภายในและภายนอก ถือเป็นต้นน้ำที่จะนำไปสู่ความสงบสันติสุขในใจของผู้คน และด้วยเหตุนี้เองจึงจะยุติความรุนแรงทั้งหลายได้อย่างแท้จริง
คอนเสิร์ต ตั้งใจดี (ตั้งหลัก...ปักใจ...ทำดี) เพื่อยุติความรุนแรง จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา 16.00 น. ณ เสถียรธรรมสถาน บัตรราคา 500 บาท มีจำหน่ายที่ Thai ticket major ทุกสาขา และที่เสถียรธรรมสถาน 0-2510-6697, www.sdsweb.org <http://www.sdsweb.org> รายได้จากการคอนเสิร์ตครั้งนี้ทั้งหมด จะนำไปสมทบทุนสร้างห้องสมุดของสาวิกาสิกขาลัย มหาวิชชาลัยธรรมเพื่อเยียวยาสังคม



