ไลฟ์สไตล์

ครม.แต่งตั้งซี11ศธ."ชินภัทร์"นั่งเลขาฯกพฐ.

ครม.แต่งตั้งซี11ศธ."ชินภัทร์"นั่งเลขาฯกพฐ.

10 พ.ย. 2552

ครม.ไฟเขียวตั้งโยกย้ายซี 11 "จุรินทร์ "สลับเก้าอี้ให้"ชินภัทร"ปลัดศธ.มานั่ง เลขาธิการกพฐ. ย้าย“เฉลียว"นั่งปลัด ส่วน"พรมสวัสดิ์ " ขึ้นเป็นเลขาธิการกอศ. ขณะที่ " วินัย รอดจ่าย " รองเลขาธิการกพฐ.ย้ายไปเป็นรองปลัดศธ. ด้านว่าที่เลขาธิการกพฐ.ชูบริหารงานยุติธ

(10พ.ย.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวหลังประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (10 พ.ย.) ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 11 เพื่อแทนคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ที่ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา รวมทั้งยังมีการแต่งตั้งโยกย้ายระดับ 11 และระดับ 10 อื่น ๆ รวมทั้งหมด 8 ตำแหน่ง ดังนี้ 1. นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัด ศธ. ย้ายไปเป็น เลขาธิการ กพฐ. 2.นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ย้ายไปเป็น ปลัด ศธ. 3.นายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา รองปลัด ศธ. เลื่อนขึ้นเป็น เลขาธิการ กอศ. 4.นายวินัย รอดจ่าย รองเลขาธิการ กพฐ. ย้ายไปเป็น รองปลัด ศธ.

 5.นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการสภาการการศึกษา (สกศ.) ย้ายไปเป็น รองเลขาธิการ กพฐ. 6. นางสุทธศรี วงษ์สมาน ผู้ตรวจราชการ ศธ. ย้ายไปเป็น รองเลขาธิการ สกศ. 7.นายสุชาติ วงศ์สุวรรณ ที่ปรึกษาด้านกระบวนการเรียนรู้ (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ย้ายไปเป็น ผู้ตรวจราชการ ศธ. และ 8.รศ.นพ.กำจร ตติยกวี อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายไปเป็น รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)

 นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า การโยกย้ายครั้งนี้ตั้งต้นนับหนึ่งที่ตำแหน่งเลขาธิการ กอศ. มีเหตุผลภายในที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ทำให้เลขาธิการ กอศ. อึดอัดใจกับการอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไป ทั้งยังเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้งานเดินหน้าด้วย นายเฉลียว จึงอยากย้ายไปตำแหน่งอื่น ซึ่ง น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์  รมช.ศธ. ก็เห็นด้วย เพราะฉะนั้น การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้จึงเริ่มจากการหาที่ลงใหม่ให้แก่นายเฉลียว และจากการปรึกษากันเห็นว่า ย้ายมาเป็นปลัด ศธ.จะมีความเหมาะสมมากที่สุด และเมื่อตำแหน่งเลขาธิการ กอศ.ว่างลงจึงเลือกนายพรหมสวัสดิ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน เพราะเป็นลูกหม้อเก่าของ สอศ. สามารถสานงานต่อได้ซึ่งน.ส.นริศราก็เห็นด้วยกับการเลื่อนพรหมสวัสดิ์ ขึ้นมาเป็นเลขาธิการ กอศ.

 "ส่วนปลัด ศธ.ให้ย้ายไปเป็น เลขาธิการ กพฐ. เพราะมีความเหมาะสม เคยอยู่ สพฐ.มาก่อนเช่นเดียวกันดร.ชัยพฤกษ์ เป็นลูกหม้อ สพฐ.อยู่แล้วจึงย้ายจาก สกศ.กลับมาเป็นรองเลขาธิการ กพฐ. ขณะที่นายวินัย ก็เต็มใจที่จะย้ายมาเป็นรองปลัด ศธ. ส่วนนายสุทธศรี ก็เป็นลูกหม้อของ สกศ.ที่ตั้งใจจะให้ขึ้นเป็นรองเลขาธิการสกศ.อยู่แล้ว แต่ตามระเบียบไม่สามารถขึ้นจากระดับ 9 เป็น ระดับ 10 โดยตรงได้จึงต้องแต่งตั้งมาเป็นผู้ตรวจราชการ ศธ.ก่อนจึงสลับเป็นรองเลขาธิการ สกศ."รมว.ศธ. กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้สรุปคือยึดความอึดอัดใจของเลขาธิการ กอศ.เป็นหลัก นายจุรินทร์ กล่าวว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ ไม่ได้ยึดความอึดอัดใจแต่พิจารณาความเหมาะสมควบคู่ไปด้วยอะไรที่ไม่เหมาะสมตนก็ไม่ทำ  อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาให้งานเดินไปข้างหน้าได้ ตนในฐานะ รมว.ศธ. ก็จำเป็นต้องตัดสินใจบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่องาน แม้บัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ จะไม่มีอะไรครบ 100% แต่ก็ตัดสินใจเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้งานเดินหน้าไปได้ซึ่งรวมถึงนายชินภัทร ก็เหมาะสมกับตำแหน่งเลขาธิการ กพฐ.ที่สุดในสถานการณ์นี้

 น.ส.นริศรา กล่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งเลขาธิการ กอศ. ผ่านการคุยในระดับรัฐมนตรีแล้วซึ่งตนก็เห็นด้วยเพราะนายเฉลียว อยู่ สอศ.มีอุปสรรคมาก เช่น เรื่องหนังสือร้องเรียน ทำให้การบริหารงานยุ่งยาก ส่วน นายพรหมสวัสดิ์ ก็เป็นลูกหม้อเก่าและส่วนตัวเคยมีโอ กาสพูดคุยเรื่อง สอศ.กับนายพรหมสวัสดิ์ ตั้งแต่ตนมารับตำหน่ง รมช.ศธ.ใหม่ ๆ คิดว่านายพรหมสวัสดิ์ จะทำงานได้ดี

 นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ในฐานะว่าที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า ตนเป็นข้าราชการคงไม่เลือกว่าจะทำงานที่ไหน ด้านใด สำหรับในการพิจารณาโยกย้ายหลักเหตุผลที่เป็นปกติคือด้านความความเหมาะสม ซึ่งต้องยอมรับว่าระดับนโยบายคงพิจารณาถึงความจำเป็น ว่าจุดไหนที่ต้องขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

 "ส่วนงานของสำนักงานปลัด ศธ. นั้น ก็ถือว่ามีความสำคัญมากเพราะเป็นกลไกที่จะช่วยให้งานใน 5 องค์กรหลักของ ศธ. ขับเคลื่อนไปได้อย่างมีทิศทาง อย่างไรก็ตามในเมื่อระดับนโยบายเห็นว่าการขับเคลื่อนสำคัญอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ที่อยากให้มีคนที่มีประสบการณ์มาทำงานตรงนี้ก็ยอมรับ และไม่หนักใจกับการทำงานใน สพฐ.เพราะเคยอยู่ สพฐ.มา 2 ปี ทั้งผู้บริหารและบุคลากรก็รู้จักกันดี และแม้ สพฐ.จะมีงบประมาณเยอะ คนก็เยอะ ก็ใช้การบริหารหลักการเดียวกัน คือ เน้นความยุติธรรม โปร่งใส และใช้ระเบียบราชการกำหนดวิธีการทำงานเป็นหลัก"นายชินภัทร กล่าว