ไลฟ์สไตล์

"วิทยา”ยันไทยขอสงวนทำซีแอลจำเป็นทำทันที

"วิทยา”ยันไทยขอสงวนทำซีแอลจำเป็นทำทันที

03 มี.ค. 2552

“วิทยา” ยันไทยขอสงวนสิทธิ์ทำซีแอล หากจำเป็นเร่งด่วน-เกิดภัยพิบัติจะทำซีแอลทันที ไม่สนสหรัฐฯ ขู่เลื่อนบัญชีไทยเป็นประเทศจับตามองสูงสุด เอ็นจีโอเอดส์ขอเข้าพบ “อลงกรณ์” ก่อนไปอเมริกา

 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีที่พระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ทำหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สอบถามถึงนโยบายการดำเนินการตามนโยบายการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรโดยรัฐหรือซีแอลว่า ยังไม่ได้รับหนังสือดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ทราบข่าวคราวเรื่องนี้อยู่แล้วว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการเลื่อนสถานะประเทศไทยจากประเทศจับตามองพิเศษ หรือ พีดับบลิวแอล เป็นประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงสุดหรือพีเอฟซี โดยไม่ได้เกิดจากการเพ่งเล็งเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ซีดี แต่พุ่งเป้ามาที่การทำซีแอลของประเทศไทย โดยสหรัฐฯ ต้องการกดดันให้ไทยไม่ประกาศซีแอลอีกต่อไป ซึ่งสธ.อยู่ระหว่างทำข้อมูลรายงานให้พณ.ทราบ โดยจะพูดความจริงทุกประการ และเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง
 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา U.S. ASEAN BUSINESS COUNCIL ได้เข้าพบนายวิทยา  โดยมาสอบถามถึงท่าทีเกี่ยวกับการทำซีแอลของไทยเช่นกัน ซึ่งนายวิทยาได้ชี้แจงแล้วว่า ไทยจะสงวนสิทธิ์ในการทำซีแอล หากเกิดกรณีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น เกิดภัยพิบัติ ไทยก็จะประกาศซีแอลทันที เพื่อเป็นประโยชน์ของประชาชนในการเข้าถึงยาราคาที่เป็นธรรม ไม่แพงจนเกินไป ซึ่งการประกาศซีแอล มีกระบวนการหลายขั้นตอน และไทยจะทำให้ถูกต้องทุกกระบวนการ จะต้องมีการหารือร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะไม่ทำอะไรโดยพลการ หรือไม่มีเหตุผลอย่างแน่นอน
 “การทำซีแอลเกิดผลกระทบหลายด้าน รวมถึงกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่หากเป็นเรื่องจำเป็นไทยก็ไม่รีรอที่จะประกาศซีแอลอย่างแน่นอน ไม่ได้เป็นการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิบัตรยา ในเบื้องต้นได้หารือด้วยวาจากับนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ซึ่งก็เข้าใจสถานการณ์ว่าเรื่องนี้ เป็นการกดดันของสหรัฐฯ และบริษัทยาข้ามชาติ ไทยจึงจำเป็นต้องส่งสัญญาณให้สหรัฐฯ รับรู้ว่า ไม่ควรใช้วิธีนี้กดดันไทย ควรอยู่อย่างให้เกียรติ เคารพในศักดิ์ศรีของกันและกัน ไม่ใช่สหรัฐฯ หรือบริษัท จะได้ประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้น” นายวิทยากล่าว
 นายวิทยา กล่าวด้วยว่า การที่สหรัฐฯ ระบุว่า ไทยมีปัญหายาปลอมระบาดก็เป็นเรื่องที่กล่าวหากัน โดยเข้าใจว่ายาปลอมที่ระบาดคือยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่มีขายตามชายแดนในราคาถูก ซึ่งเป็นราคาที่คนไทยไม่กล้าซื้อมาใช้อยู่แล้ว เพราะราคาถูกเกินไป จากเดิมราคา เม็ดละ 50 บาท เหลือเพียง เม็ดละ 5 บาทเท่านั้น ส่วนเงื่อนไขเรื่องขยายเวลาคุ้มครองสิทธิบัตรยา จาก 20 ปี เพิ่มเป็น 25 ปีนั้น ยังไม่มีใครเสนอเงื่อนไขนี้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยเพราะการคุ้มครองสิทธิบัตรยานานถึง 20 ปี ก็นานเพียงพอแล้ว ควรจะให้ยาเป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติ
 ด้านนายนิมิตร์  เทียนอุดม  ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้าเครือข่ายที่ทำงานด้านการเข้าถึงยาจะเข้าพบนายอลงกรณ์ เพื่อหารือถึงท่าทีของกระทรวงพาณิชย์ที่ทำหนังสือถึงสธ. เรื่องขอให้ไม่ประกาศ ซีแอล โดยขณะนี้กำลังกำหนดวัน แต่จะเข้าพบก่อนที่นายอลงกรณ์จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา กลางเดือนมีนาคมนี้