
มูลนิธิเสียงธรรมร้องกก.สิทธิฯระงับพรบ.จัดสรรคลื่นความถี่
มูลนิธิเสียงธรรม ร้อง กก.สิทธิฯ วอน สภาระงับ ร่างพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ เหตุ นิยามศัพท์จำกัดสิทธิ ให้กระจายเสียงได้แค่ 3 กิโลฯ
(9พ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนว่าด้วยสิทธิพลเมือง สิทธิการเมือง และสิทธิชุมชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมี นพ. นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิฯ ในฐานะประธานด้านสิทธิพลเมือง การเมือง และสิทธิชุมชน พร้อมกับคณะอนุกรรมการ ได้นัดเครือข่ายวิทยุเสียงธรรม และคณะกรรมการวิสามัญ ร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.... เข้าชี้แจง กรณีเครือข่ายวิทยุเสียงธรรม ร้องต่อกรรมการสิทธิ์ฯว่า ถูกจำกัดสิทธิ์ในการออกอากาศและไม่มีความเท่าเทียมกับผู้ประกอบการวิทยุภาคธุรกิจ ซึ่งกลุ่มวิทยุเสียงธรรมได้นำพระกว่า 30 รูปเข้าร่วมประชุมชี้แจงด้วย
ทั้งนี้ ร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่อยู่ในชั้นกรรมาธิการร่วมสองสภา และจะเข้าสู่ที่ประชุมร่วมสองสภาในวันพหัสบดีที่ 12 พ.ย. นี้
นางรัตนา ศิริพานิช ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายองค์กรวิทยุภาคประชาชนแห่งชาติ กล่าวว่าทางกลุ่มขอเรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาให้ยกเลิกคำว่า “ชุมชนท้องถิ่น” ที่บัญญัติไว้ในร่างพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. . .ให้ใช้คำว่า “ชุมชน” แทน เนื่องจากคำว่า “ชุมชนท้องถิ่น” มีความหมายอย่างแคบ และจะทำให้สถานีวิทยุกระจายเสียงได้แค่ในชุมชนเท่านั้นและขอให้เพิ่มคำนิยามคำว่า “ภาคประชาชน” เพื่อให้วิทยุภาคประชาชนมีความชัดเจนในกฎหมายและให้วิทยุภาคประชาชนมีสถานีในเครือข่ายได้เช่นเดียวกับในภาครัฐและภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ ขอให้แก้ไขปรับปรุงระเบียบหรือประกาศของกทช. ให้ระบุนิยามของคำว่า “วิทยุกระจายเสียงชุมชนที่มีลักษณะเฉพาะ” ให้มีความชัดเจนว่าเป็นวิทยุภาคประชานที่กระจายเสียงได้ในระดับชาติหรือระดับภูมิภาค อีกทั้งขอให้แก้ไขพรบ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2551 ให้สอดคล้องกันด้วย
นางรัตนา กล่าวว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิและรักษาสิทธิ์ของวิทยุภาคประชาชนจึงขอให้รัฐบาลและสภาฯยกเลิกคำว่า ชุมชนท้องถิ่น และใช้คำว่าชุมชน เนื่องจากคำว่า ชุมชนท้องถิ่น มีความหมายแคบทำให้สถานีวิทยุส่งกระจายได้แค่เพียงในหมู่บ้านหรือตำบลเท่านั้น หมายความว่าภาคประชาชนจะถูกลิดรอนสิทธิ์ และขอให้กทช.ปรับปรุงระเบียบหรือประกาศของกทช. โดยให้ระบุคำนิยามของวิทยุกระจายชุมชนที่มีลักษณะเฉพาะให้มีความชัดเจนว่าเป็นวิทยุภาคประชาชนที่กระจายเสียงได้ในระดับชาติ ภูมิภาค หรือท้องถิ่น
ทั้งนี้ จะมีผลให้วิทยุเสียงธรรมและเครือข่ายสถานีวิทยุในประเด็นอื่นสามารถกระจายเสียงได้อย่างทั่วถึง เพราะวิทยุเสียงธรรมเกิดจากประชาชนใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญปีพ.ศ. 2540 และพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2543 สร้างวิทยุชุมชน ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนเลือกฟังอย่างแท้จริง
นางรัตนา กล่าวว่า หากรัฐบาล รัฐสภา และกทช.ยังไม่ดำเนินการแก้ไขร่างพรบ.และแก้ไขประกาศกทช.ให้ชัดเจน เท่ากับเป็นการบีบบังคับให้เครือข่ายสถานีวิทยุเสียงธรรม 117 แห่ง ตกอยู่ในสภาวะที่หมิ่นเหม่ต่อความถูกต้องและความมั่นคง อาจจะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งของประชาชน
ด้านนางพิรงรอง รามสูต รณะนันทน์ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ กล่าวว่า วิทยุเสียงธรรมเข้าข่ายวิทยุชุมชนแน่นอน แต่ยังมีปัญหาในเรื่องของเนื้อหาที่ไม่มีความหลากหลายแต่สามารถแก้ไขได้ โดยการเพิ่มเติมเนื้อหารายการในแต่ละสถานีเครือข่ายแต่ละพื้นที่ เพราะถ้าไม่ดำเนินการเช่นนี้ในอนาคต หากมีวิทยุเสียงอัลเลาะห์ ขอออกอากาศในพื้นที่จ.ปัตตานี เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ทางกทช.ก็ต้องจัดสรรคลื่นความถี่ให้ แต่ปัญหาคืออาจจะมีสถานีวิทยุในประเด็นอื่นที่สังคมรับไม่ได้ มาขอจัดสรรคลื่นความถี่จะทำให้เกิดปัญหาตามมา
ขณะที่พระครูอรรถกิจ นันทคุณ กรรมการมูลนิธิเสียงธรรม กล่าวว่า มูลนิธิเสียงธรรมต้องการที่จะเรียกร้องให้ภาคประชาชนมีความทัดเทียมในพื้นที่การกระจายเสียง ให้เท่าเทียมกับภาครัฐ และภาคธุรกิจที่มีทั้งระดับชาติ ภูมิภาค และท้องถิ่น ตนก็อยากให้ภาคประชาชนสามารถที่จะทำอย่างนั้นได้ รวมถึงใบอนุญาตที่เป็นนิติบุคคลรายเดือนที่สามารถตั้งสถานีวิทยุได้ทั่วประเทศ ซึ่งวิทยุชุมชนมีหลักอยู่ที่ว่าเป็นวิทยุที่ไม่อยู่ในภาครัฐ และภาคธุรกิจ และมูลนิธิเสียงธรรมเองก็ใช้สิทธิที่เป็นวิทยุภาคประชาชนมาตั้งแต่แรก แต่ร่างพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ปี 2551 ที่กำลังจะผ่านสภาฯในวันที่ 12 พ.ย.นี้ ให้ใช้คำว่าใบอนุญาตบริการชุมชน จึงทำให้มีปัญหาคำว่าชุมชนมีความหมายว่าอย่างไร



