ไลฟ์สไตล์

ประมูลซื้อคืน...ดีที่สุด

ประมูลซื้อคืน...ดีที่สุด

09 พ.ย. 2552

ครอบครัวดิฉันค้าขายเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง ต่อมาได้กู้เงินจากธนาคาร โดยนำที่ดินไปจำนอง ที่ผ่านมาได้ชำระให้ธนาคารตามข้อตกลงทุกเดือน จนเมื่อปี 2549 ได้มีการขอปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร ระหว่างการเจรจากับธนาคารได้หยุดการชำระไปประมาณ 2-3 เดือน

วันหนึ่งมีหมายศาลมาแจ้งว่า ผิดชำระหนี้ไม่จ่ายตามข้อตกลง จึงได้ไปเจรจาไกล่เกลี่ยยอมความและเซ็นเอกสารกับธนาคารในการชดใช้หนี้
 หลังจากนั้นธนาคารให้จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน ซึ่งได้ชำระอย่างต่อเนื่อง เงินต้นประมาณ 7 ล้านบาท บวกกับดอกเบี้ยประมาณ 6 ล้านกว่าบาท โดยจ่ายดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี ทุกๆ ปีตลอดสามปีได้เข้าไปคุยกับธนาคาร แต่ดิฉันไม่มีเงินก้อนมาชำระ จึงขอธนาคารจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยไปก่อน แต่ปีนี้ธนาคารไม่ยอมบอกว่าให้เวลามานานแล้ว จึงไปเจรจากับทางสำนักงานใหญ่ของธนาคาร โดยยื่นข้อเสนอให้ตีโอนบ้านและที่ดินหน้าร้านให้ธนาคารเพื่อชำระหนี้ แต่ธนาคารบอกว่ามูลค่าไม่พอปิดหนี้ ต้องตีโอนที่ดินรวมทั้งหมด 4 โฉนด เจรจากันหลายครั้ง
 สุดท้ายได้เจรจาว่าตีโอนทรัพย์ทั้งหมด แล้วขอซื้อคืนที่ดินพร้อมบ้าน 2 โฉนด จากธนาคารภายในหนึ่งปีครึ่ง และให้ธนาคารตอบกลับด้วย แต่ผ่านไปสองสัปดาห์ก็ไม่มีการแจ้งกลับมา
 ต่อมามีเจ้าหน้าที่บังคับคดีส่งเอกสารยึดทรัพย์ที่บ้าน ในเอกสารมีการประเมินราคาทรัพย์สินผิด จึงได้แย้งเรื่องไป ประเมินรวมทั้งหมด 4 โฉนด บวก 1 โฉนดเป็นที่นา เป็นเงิน 11 ล้านบาท ในขณะที่หนี้เหลือเงินต้น 5.5 ล้าน และดอกเบี้ย 4 ล้าน
 ขอถามดังนี้ค่ะ
 1.หลักทรัพย์ทั้งหมด 5 โฉนด มูลค่ามากกว่าหนี้ ถ้าจะขอตีโอนบางส่วนและส่วนที่เกินขอให้ธนาคารคืนให้ได้หรือไม่
 2.การตีโอนทรัพย์ให้ธนาคาร มีสิทธิขอซื้อคืนได้หรือไม่
 3.ในช่วงการเจรจา มีการส่งเอกสารยึดทรัพย์มานี้ สามารถยื่นคัดค้านให้ระงับเอกสารยึดทรัพย์ต่อศาลได้หรือไม่
 4.การยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ระหว่างนี้ครอบครัวดิฉันยังสามารถอยู่ในบ้านนี้และทำการค้าต่อไปได้หรือไม่คะ
 5.ถ้าจะชำระหนี้คืน จะจ่ายยอดหนี้เงินต้นอย่างเดียวได้หรือไม่
 6.ถ้านำเอกสารประเมินทรัพย์สินไปยื่นธนาคารอื่นเพื่อขอกู้เงิน (refinance) จะทำได้ไหมคะ
ศรีนวล
ตอบ
 รศ.ณัฐพงศ์ โปษกะบุตร ผอ.บัณฑิตศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แนะนำว่า จากข้อมูลที่คุณให้มา กระบวนการต่างๆ ได้ดำเนินการผ่านศาลไปจนถึงการบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์แล้ว ดังนั้นในส่วนที่เกี่ยวกับธนาคาร ทั้งเรื่องการโอน การซื้อคืน หรือการชำระหนี้ ทำได้โดยการเจรจากับธนาคาร ขึ้นอยู่กับธนาคารว่าจะยินยอมหรือไม่ คาดว่าเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากคุณผิดนัดกับธนาคาร จนถึงขั้นถูกฟ้องบังคับคดี
 เรื่องการขอระงับการยึดทรัพย์นั้น เนื่องจากเรื่องของคุณอยู่ที่กรมบังคับคดีแล้ว คุณต้องติดต่อกับกรมบังคับคดี หากไม่สามารถระงับการยึดทรัพย์ได้ และคุณต้องการทรัพย์สินของคุณคืน ทางเดียวที่คุณทำได้ คือตรวจสอบกับกรมบังคับคดีว่าจะนำทรัพย์สินของคุณออกขายทอดตลาดเมื่อไร และให้คนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ที่ผิดนัดกับธนาคาร อาจจะเป็นญาติพี่น้องของคุณ เข้าไปประมูลเพื่อซื้อทรัพย์สินของคุณคืนมา
 กรณีที่ทรัพย์สินของคุณถูกขายทอดตลาดได้ในราคาที่ต่ำเกินไป คุณสามารถยื่นคัดค้านการขายทอดตลาดได้ที่กรมบังคับคดี และยื่นคัดค้านได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
 ในช่วงนี้ คุณยังคงอาศัยและทำมาหากินได้ จนกว่าธนาคารจะแจ้งให้คุณย้ายออก หรือมีเจ้าของรายใหม่
 สำหรับการขอรีไฟแนนซ์ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละธนาคาร เนื่องจากประวัติการผิดนัดชำระหนี้ที่คุณมีกับธนาคารเดิม อาจทำให้ธนาคารใหม่ที่คุณขอกู้ไม่อนุมัติสินเชื่อให้
ลุงแจ่ม