
ศธ.เปิดโครงการทำงานพิเศษปิดเทอมเตรียม5หมื่นตำแหน่งรองรับ
เปิดแล้วโครงการทำงานพิเศษระหว่างเรียนของนักเรียน นักศึกษา รมว.ศธ. เผย เพิ่งออกตัวไม่กี่ชั่วโมงมีเด็กมาสมัครเป็นร้อย ระบุเตรียมตำแหน่งไว้รองรับกว่า 5 หมื่น
เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2552 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการมีงานทำของนักเรียน นักศึกษาให้มีรายได้ระหว่างเรียน ภายใต้ชื่องาน “เรียนรู้งาน สานฝันเด็กไทย : Learn@Work, Catch Your Dreams” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 - 6 มีนาคม 2552 ว่า ศธ.ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลจำนวน 32,900,000 บาท เพื่อจัดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการมีงานทำของนักเรียน นักศึกษาในช่วงปิดภาคเรียนซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ศธ.ได้ดำเนินงานร่วมกับ กระทรวงแรงงาน กรุงเทพมหานคร และได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนที่มาร่วมรับสมัครนักเรียน นักศึกษา เข้าทำงานเพื่อให้มีรายได้ระหว่างเรียนในช่วงปิดภาคเรียน และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ตลอดจนเป็นการเพิ่มทักษะประสบการณ์ด้านการทำงานเพื่อพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนของการประกอบอาชีพในอนาคต และเพื่อสร้างค่านิยมใหม่ของการทำงานที่พึงประสงค์ของนักเรียน นักศึกษาให้เป็นที่ยอมรับของสังคม
“วันนี้เป็นวันแรกที่จัดให้นักเรียน นักศึกษามาสมัครงานโดยใน กทม.จะจัดระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคม และจะจัดเปิดรับสมัครในต่างจังหวัดที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ประจำอำเภอ 280 อำเภอ ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคมด้วย อย่างไรก็ตาม นักเรียน นักศึกษาให้ความสนใจกับโครงการนี้อย่างมาก เท่าที่เดินดูทั้งบูธของภาครัฐและเอกชน เปิดบูธไม่กี่ชั่งโมงมีคนสมัครเป็นร้อย ๆ โดยปีนี้มีตำแหน่งรองรับประมาณ 50,000 คน แบ่งเป็นภาครัฐ จำนวน 20,000 คน และภาคเอกชน จำนวน 30,000 คนและแต่ละสถานประกอบการก็จะพยายามจัดสรรตำแหน่งเพื่อรองรับเด็กให้ได้มากที่สุด โดยมีค่าตอบแทนวันละ 200 ทำงาน 8 ชั่วโมง” รมว.ศธ. กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ในด้านการศึกษาศธ. มีนโยบายมุ่งเน้นให้ “เด็กอ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขเป็น” ดังนั้น ในการจ้างงานนักเรียน นักศึกษา จึงควรเน้นในกิจกรรมที่เป็นลักษณะส่งเสริมการอ่านหนังสือ เช่น พี่สอนหนังสือน้อง การสอนผู้ไม่รู้หนังสือ การสอนหนังสือผู้ด้อยโอกาสหรือผู้พิการ การส่งเสริมการอ่านในชุมชนโดยมีจักรยานหนังสือ หรือกระเป๋าหนังสือ การจัดทำประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชุมชน การเล่าเรื่องจากหนังสือ หรือเล่านิทาน ฯลฯ



