
แนะพัฒนาครูแก้เด็กอ่อนวิทย์
มร.สส.วางแผนปฏิรูปการเรียนรู้ ฝึกอบรมครู จัดวิธี เทคนิคการสอน ให้โรงเรียนต้นแบบ กทม. 4 แห่ง นำไปใช้ในโรงเรียนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 เชื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหา เด็กไทยอ่อนวิทย์ ไอคิวต่ำ
รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) กล่าวว่า มร.สส.ได้ทำวิจัยโครงการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบ โครงการนำร่องวิจัยคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กสังกัด กทม. 4 แห่ง ได้แก่ ร.ร.วัดมหรรณพาราม ร.ร.วัดสามัคคีสุทธาวาส ร.ร.วัดเปาโรหิต และ ร.ร.วัดใหม่ช่องลม โดยศึกษา ครูผู้สอน หลักสูตร เอกสารประกอบการเรียน กิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงมาตรฐานจากการประเมินของสมศ. ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม พบว่า ครูผู้สอนไม่ตรงกับสาขาวิชาที่ครูผู้สอนจบมา ไม่สามารถต่อยอดกิจกรรม หรือนำสื่อต่างๆ มาใช้ประกอบการเรียนได้อย่างเหมาะสม แผนการจัดการเรียนรู้ ไม่ได้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญจึงได้ร่วมกับครูผู้สอนของทั้ง 4 โรงเรียน จัดทำแผนปฏิรูปการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
โดยนำไปใช้ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 เดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายน นี้ เน้นฝึกอบรมครู สร้างวิธีการคิด เทคนิคการสอนใหม่ๆ เสริมกิจกรรม สื่อต่างๆ ให้เด็กรู้จักเรียนรู้ สนุก โดยเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ที่ถือเป็นวิชาที่ไม่ง่ายสำหรับเด็กๆ เชื่อว่า หากครูผู้สอนรู้จักสร้างกิจกรรม พยายามกระตุ้นให้ได้คิด ได้ลองทำ นักเรียนต้องหันมาสนใจเรียนวิทยาศาสตร์มากขึ้น จากนั้นจะประเมินผลเดือนตุลาคม 2552 เพื่อขยายผลสู่โรงเรียนสังกัดกทม.ทุกแห่ง และหารือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พัฒนาโรงเรียนสังกัดสพฐ.ต่อไปด้วย
ทั้งนี้ การพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนต้นแบบ ควรให้ผู้บริหารสถานศึกษาพัฒนาโรงเรียนแต่ละขนาด อย่างอิสระและได้รับการพิจารณาความก้าวหน้าขึ้นเป็นผู้บริหารระดับ 8-9 ครูควรมีส่วนร่วมในพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ เช่น วิชาวิทยาศาสตร์ที่ขณะนี้ไม่ใช่เพียงด้อยเฉพาะนักเรียน แต่นิสิตนักศึกษาที่เรียนทางด้านนี้ ก็คุณภาพตกต่ำไม่แพ้กัน การแก้ไขปัญหา ต้องเริ่มที่ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม และพัฒนาครู แผนการศึกษาเป็นสำคัญ ไม่เช่นนั้น การศึกษาไทย หรือไอคิวเด็กไทยก็คงด้อยลงเรื่อยๆ



