ไลฟ์สไตล์

ยูเนสโกขอตั้งศูนย์โบราณคดีทะเลที่จ.จันทบุรี

ยูเนสโกขอตั้งศูนย์โบราณคดีทะเลที่จ.จันทบุรี

03 มี.ค. 2552

ยูเนสโกขอตั้งศูนย์โบราณคดีทางทะเลในระดับเอเชีย-แปซิฟิกในไทยแทนศรีลังกาที่ประสบปัญหาเรื่องสันติภาพ รมว.วธ.เล็งตั้งที่จ.จันทบุรี เผยยูเนสโก นอร์เวย์หนุนงบประมาณช่วยเหลือ วอนรัฐบาลร่วมสัตยาบรรณอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมใต้น้ำ ปี 44 หวังเป็นผู้

 เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายธีระ  สลักเพชร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือกับนายควาง โจ คิมผู้อำนวยการยูเนสโก สำนักงานกรุงเทพ กรณียูเนสโกเสนอให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมโบราณคดีทางทะเลในระดับภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิคแทนประเทศศรีลังกาที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคงด้านสันติภาพ ว่าเป็นโครงการที่ดีในการส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

วธ.จึงมีความยินดีที่จะร่วมมือกับยูเนสโกจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้นที่กลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ จังหวัดจันทบุรี มีองค์การยูเนสโกและรัฐบาลนอร์เวย์ เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ การเดินทางและการฝึกอบรมในภูมิภาค จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการฝึกอบรม จัดเตรียมกับสถาบันและหุ้นส่วนโครงการจากนานาชาติซึ่งอาจช่วยเหลือด้านเทคนิคด้วย
 นายธีระ กล่าวต่อว่า จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ากลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ พิพิธภัณฑ์ทางทะเลแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง มีศักยภาพเพียงพอสำหรับการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม และบริเวณอ่าวไทยยังมีห้องทดลองสำหรับศึกษาซากเรืออับปาง นอกจากนี้ยังมีการค้นพบซากเรืออับปางที่ได้รับการดูแลให้มีสภาพสมบูรณ์และมีซากวัตถุต่างๆหลงเหลืออยู่ในเรือบริเวณเกาะครามใกล้กับฐานทัพเรือที่พัทยา เป็นแหล่งศึกษาและวิจัยที่ดีเยี่ยมในด้านการอนุรักษ์โบราณคดีใต้น้ำ และยังสามารถพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำต้นแบบในระดับภูมิภาคได้ ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลไทยควรให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมใต้น้ำ ปี 2544 โดยเร็ว เพื่อให้ประเทศไทยมีโอกาสในการแสดงความเป็นผู้นำทางด้านโบราณคดีทางทะเลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
 “การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว ทางกรมศิลปากรได้ให้ความเห็นชอบ เพราะเห็นว่า จะทำให้งานวิชาการทางด้านโบราณคดีใต้น้ำมีการพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะพื้นที่เขตไมล์ทะเลด้านตะวันออกไทย กัมพูชา และภาคใต้ที่มีพื้นที่ทางทะเลติดมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย จะทำให้มีความสัมพันธ์กันมากขึ้น และยังจะเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโบราณคดีใต้น้ำด้านอ่าวไทย ซึ่งเป็นเส้นทางอารยธรรมเดินเรือ การค้าพาณิชย์นาวีสมัยโบราณ ทั้งนี้ ได้ให้ยูเนสโก กำหนดกรอบการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวให้ชัดเจน เพื่อที่จะสอดรับกับการจัดทำแผนแม่บทโบราณคดีใต้น้ำ ของกรมศิลปากร ที่ต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยี เทคนิค อุปกรณ์ในการทำงานใต้น้ำ และเรือ ขณะนี้กำลังจัดสร้างเรือไว้สำรวจแหล่งเรือโบราณจมใต้ทะเล คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคมนี้ และจะมีการจัดทำงบประมาณปี 2553 – 2554 เพื่อรองรับกับศูนย์ดังกล่าวด้วย”รมว.วธ. กล่าว