ไลฟ์สไตล์

ไทยขาดนักวิจัยแถมงบน้อยสกว.ลุ้นรัฐอัดฉีดเพิ่ม-จี้เลิกวิจัยขึ้นหิ้ง

ไทยขาดนักวิจัยแถมงบน้อยสกว.ลุ้นรัฐอัดฉีดเพิ่ม-จี้เลิกวิจัยขึ้นหิ้ง

09 พ.ย. 2552

ประธานบอร์ด สกว. ชี้ไทยขาดแคลนนักวิจัยแถมงบน้อย ลุ้นรัฐบาลทุ่มงบเพิ่มขึ้น ฝากนักวิจัยสร้างสรรค์งานวิจัยใหม่เพื่อประโยชน์ชาติ เลิกงานวิจัยเพื่อตำแหน่ง-ตั้งอยู่บนหิ้ง

 ศ.นพ.ดร.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ประธานกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัยแห่งชาติ (สกว.) เปิดเผยว่า งานวิจัยในปัจจุบันต้องเป็นงานวิจัยที่เป็นทั้งองค์ความรู้ทางด้านการศึกษา และสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมประเทศชาติได้ควบคู่กับการเชื่อมโยงกับศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่ง สกอ.ได้วางกรอบการวิจัยโดยงานวิจัยพื้นฐาน ต้องสามารถประยุกต์ให้เกิดความสมดุลสู่การพัฒนาประเทศ ภายใต้กลไกสนับสนุนงานวิจัย ที่องค์กรมหาวิทยาลัย บูรณาการในการใช้ทุน เครื่องมือต่างๆ และที่สำคัญตัวบุคคล หรือนักวิจัยเองต้องมีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริงที่จะผลิตงานวิจัยเพื่อประโยชน์ของประเทศ

 “ปัจจุบันต้องยอมรับว่าทุนวิจัยค่อนข้างมีจำกัด ซึ่งไทยมีงบประมาณสนับสนุนงานวิจัย ประมาณ 0.25-0.3 ของจีดีพี เมื่อเทียบกับต่างประเทศงบที่ใช้ประมาณ 3-5 ของจีดีพี ถือว่างบวิจัยของไทยน้อยมาก แต่ทั้งนี้รัฐบาลชุดนี้ก็ได้วางนโยบาย และแนวทางในการสนับสนุนงบวิจัยเพิ่มขึ้นถึง 1-2 ของจีดีพี ถือเป็นเรื่องที่ดี รวมทั้งยังมีการส่งเสริมมหาวิทยาลัยวิจัยให้เกิดขึ้นเพื่อการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ทางด้านงานวิจัยโดยเฉพาะ” ศ.นพ.ดร.ไกรสิทธิ์กล่าว

 ศ.นพ.ดร.ไกรสิทธิ์กล่าวอีกว่า การดำเนินงานด้านการวิจัย ขณะนี้ในแต่ละองค์กรเอกชน หน่วยงานรัฐต่างมีงบประมาณส่วนนี้ แต่มีหลายหน่วยงานเช่นกัน ที่นำงบประมาณดังกล่าวไปใช้ในการสนับสนุนเรื่องอื่น การดำเนินงานของ สกว.จึงพยายามสร้างร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน เพื่อดึงงบวิจัยที่มีอยู่ในแต่ละหน่วยงาน มีร่วมในการส่งเสริม พัฒนางานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และหน่วยงานต่างๆ ล้วนมีงบประมาณในการทำวิจัยอยู่แล้ว ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้น เป็นการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ

 ศ.นพ.ดร.ไกรสิทธิ์กล่าวต่อไปว่า นอกจากเรื่องของงบประมาณ ไทยยังขาดแคลนนักวิจัยค่อนข้างมาก ซึ่งเรื่องนี้ สกว.ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆ ในการผลิต กระตุ้นให้คนรุ่นใหม่หันมาเป็นนักวิจัยมากขึ้น โดยสร้างแรงจูงใจในการยอมรับ ตำแหน่งหน้าที่การงานเมื่อบัณฑิตจบออกไป ขณะเดียวกันก็ให้ทุนวิจัยแก่นักศึกษาปริญญาโทและเอก เพื่อเป็นการสร้างคน สร้างองค์ความรู้ จึงอยากให้นักเรียน นักศึกษา นักวิจัยรุ่นใหม่-เก่า ช่วยผลิต สร้างสรรค์งานวิจัยอันเป็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ไม่ใช่งานวิจัยเพื่อตำแหน่ง หรือตั้งอยู่บนหิ้ง