ไลฟ์สไตล์

ปธ.สมาพันธ์ประถมชี้โรงเรียนมีนร.ไม่ถึงร้อยเพียบ

ปธ.สมาพันธ์ประถมชี้โรงเรียนมีนร.ไม่ถึงร้อยเพียบ

08 พ.ย. 2552

ประธานสมาพันธ์โรงเรียนประถมแห่งชาติ จี้ให้ผู้บริหาร ยอมรับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับการศึกษาเมืองไทย ต้องยุบรวมเป็นแห่งเดียว เพื่อให้เกิดการพัฒนา และบริหาร จัดการอย่างมีประสิทธิภาพ พบมีโรงเรียนขนาดเล็ก มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 100 คน กว่าครึ่ง

 จากกรณีโรงเรียนบ้านตาชู หมู่ 8 ต.ตาจั่น อ.คง จ.นครราชสีมา สถานศึกษาช่วงชั้น 1-2 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 6 ( สพท.นม.6 ) มีนักเรียนเพียง 4 คน ครู 3 คน ที่ สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( สพฐ. ) ต้องมีภาระจ่ายเงินค่าตอบแทน ที่รวมค่าตำแหน่ง คศ.3 ให้รวมกันกว่า 1.1 แสนบาท ต่อเดือน ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณเกินความจำเป็น โดย นายเกียรติรัตน์  เกียรติธนกุล ผอ.รร.บ้านตาชู ยอมรับสภาพ หากโรงเรียนถูกยุบ ก็ขอกลับภูมิลำเนาเดิม แต่ก็ต้องจัดการเรียน การสอนตามปกติ เพื่อให้นักเรียนชั้น ป.6 ที่เหลืออยู่ 4 คน เป็นรุ่นสุดท้าย ได้จบการศึกษาในปีการศึกษานี้ก่อน ด้าน นายชูเกียรติ  วิเศษเสนา ผอ.สำนักเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 6 ( สพท.นม.6 ) ได้เสนอให้นำนักเรียนไปเรียนรวมกับสถานศึกษาที่อยู่ใกล้เคียง ที่มีคุณภาพ ซึ่งต้องมีการชี้แจงทำความเข้าใจ กับผู้ปกครอง และผู้นำชุมชน และหากต้องการให้โรงเรียนดำรงอยู่ได้ ก็ต้องเร่งพัฒนา หานักเรียนมาให้ได้ตามเกณฑ์ มิเช่นนั้นสิ้นปีการศึกษา 2552 ก็ต้องยุบแน่ตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนั้น

  นายวิทยา  ดวงใจ ประธานสมาพันธ์ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงภัยแล้งซ้ำซาก ทำให้ประชากรในพื้นที่ ต้องแสวงหางานทำเลี้ยงครอบครัว โดยอพยพโยกย้ายไปที่อื่น จึงมีแต่ชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้าน และความเชื่อมั่นสถานศึกษาในชนบท ทำให้มีปริมาณสถานศึกษาขนาดเล็กเพิ่มขึ้นทุกปี จากการสำรวจ พบมีโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีจำนวนนักเรียนไม่ถึง 100 คน จำนวนกว่า 13,000 แห่ง จากจำนวนทั้งหมด 32,000 แห่ง จึงต้องมีความจำเป็นยุบรวมให้เป็นโรงเรียนเดียว เพื่อให้การบริหาร จัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาได้ในระดับหนึ่ง  

  นายอดิศร  เนาวนนท์ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นภาพสะท้อนปัญหาโครงสร้างของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศเป็นอย่างดี  เพราะปัจจุบันทั่วประเทศมีโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน จำนวน 13,880 แห่ง รับผิดชอบนักเรียน 979,275 คน แต่กระทรวงศึกษาธิการไม่มีระบบการบริหารจัดการที่เอื้อต่อการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กโดยเฉพาะ ทำให้ครูโรงเรียนขนาดเล็กต้องมีภาระในโรงเรียนเหมือนกับโรงเรียนขนาดใหญ่ การใช้โครงสร้างการบริหารงานที่เหมือนกัน การจัดสรรงบประมาณตามรายหัวนักเรียนทำให้โรงเรียนขนาดเล็กได้รับงบประมาณน้อยมาก

 การประเมินของ สมศ.ก็ใช้แนวทางเดียวกันกับโรงเรียนทั่วไปทุกมาตรฐาน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการต้องจัดกลุ่มให้มีระบบบริหาร ระบบการสนับสนุน และระบบการประเมินของโรงเรียนขนาดเล็กโดยเฉพาะ กรณีโรงเรียนที่มีเด็กเพียง 4 คนแห่งนี้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรจะหาแนวทางเสนอและพิจารณายุบโรงเรียน เพราะไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน มีผลการวิจัยระบุว่า โรงเรียนที่คุ้มค่าต่อการลงทุนควรจะมีนักเรียนอยู่ประมาณ 300 - 400 คน หากมีปัญหาการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ นั่นเป็นเรื่องปกติ และเป็นความท้าทายในการบริหารจัดการที่ผู้บริหารโรงเรียน ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องใช้ศิลปะในการบริหารจัดการให้ได้