
อภิสิทธิ์ประกาศดันสภาเกษตรกรเป็นวาระแห่งชาติ
" นายกฯ " ผลักดันตั้งสภาเกษตรกร ยันเป็นวาระแห่งชาติไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลต้องสานต่อ เพื่อให้เกษตรกรตัวจริงร่วมกำหนดแผน วางนโยบายเพื่อดูแลผลประโยชน์ของตัวเอง ลั่นจะพยายามดันให้กม.ตั้งสภาเกษตรกรให้จบสมัยประชุมนี้
(8พ.ย.) ที่อาคารรัฐสภา 2 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ว่า พ.ร.บ.จัดตั้งสภาเกษตรกรเป็นกฎหมายสำคัญ ที่ผ่านมาตนอยู่ในสภาฯมา 20 ปี ส.ส.ต่างให้ความสำคัญต่อเกษตรกรและชื่นชมเกษตรกรที่ผลิตพืชผลส่งออกสูงเป็นอันดับ 1 และ 2 แต่เกษตรกรกลับมีปัญหาหนี้สินและที่ดินทำกิน เรามีเกษตรกรตั้งแต่รายย่อย ซึ่งไม่มีที่ดินทำกินไปจนถึงเกษตรกรขนาดใหญ่ แต่ไม่มีแผนพัฒนาแบบครบวงจร ด้วยเหตุที่ประเทศไทยเป็นประเทศเสรี จึงยากที่ใครจะไปโน้มน้าวเกษตรกรให้ทำอย่างไร หลายโครงการที่บางรัฐบาลส่งเสริมลงไปเมื่อทำไปแล้วก็ล้มเหลว ดังนั้นเกษตรกรต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง และควรมีองค์กรที่เกษตรกรเป็นผู้กำหนดนโยบาย ร่วมวางแผนเพื่อดูแลผลประโยชน์ของตัวเอง
“ ในการพัฒนาจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา ไม่เพียงแต่สภาพภูมิอากาศเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง แต่ความทันสมัยของเทคโนโลยียังทำให้หลายประเทศดัดแปลงพันธุรกรรมพืชผลเกษตร รวมถึงกติกาการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในต้นปี 2553 นี้ อาเซียนจะเปิดเสรีทางการค้าโดยจะส่งผลให้ข้าว มันสำปะหลัง หรือข้าวโพดจากต่างประเทศถูกส่งเข้ามาขายในไทย ขณะเดียวกันเราก็สามารถส่งพืชผลเกษตรไปขายยังประเทศต่างๆได้ นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากความมั่นคงทางอาหาร จึงพยายามสร้างหลักประกันให้ประเทศตัวเองด้วยการเข้ามาฮุบที่ดินในไทยเพื่อลงทุนปลูกพืชผล ” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำอีกว่า ร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติมีความสำคัญจริงๆ ถือเป็นวาระแห่งชาติ แม้ที่ผ่านมาจะมีคนใช้คำว่าวาระแห่งชาติผิดบ้างถูกบ้าง แต่อยากให้ว่าความหมายของวาระแห่งชาติ คือ เรื่องสำคัญไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ต้องทำโดยไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ที่ผ่านมาตนได้ริเริ่มแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในรูปแบบใหม่ๆ เช่น จัดทำโฉนดชุมชน นำหนี้นอกระบบเข้ามาเป็นหนี้ในระบบ ประกันรายได้โดยไม่ทำให้เกษตรกรเสียโอกาสในการแข่งขัน ซึ่งเงินที่ไปจากรัฐบาลจะส่งถึงมือเกษตรกรแบบสดๆและเป็นเงินจริงๆ จึงขอให้เกษตรกรที่มาลงทะเบียนในโครงการประกันรายได้เป็นเกษตรกรตัวจริง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในช่วงเริ่มอาจมีปัญหาขลุกขลักบ้างเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับเกษตรกรกว่า 10 ล้านคน จึงขอให้เกษตรกรช่วยติดตามโครงการของรัฐบาลและนำเสนอความคิดเห็นว่ายังมีอะไรต้องปรับปรุงและสานต่อบ้าง
นายกฯ กล่าวอีกว่า กฎหมายจัดตั้งสภาเกษตรกรถือเป็นการพลิกรูปแบบการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในทางการเมือง โดยตนขอออกความเห็นในลักษณะที่ไม่ได้เป็นการตั้งธงถึงที่มาของสมาชิกสภาเกษตรกร ควรเป็นตัวแทนเกษตรกรที่แท้จริง เพื่อสะท้อนความต้องการและปัญหาได้อย่างแท้จริง ซึ่งจำเป็นต้องจัดให้มีการเลือกตั้งที่รัดกุม อย่าให้มีการทุจริตซื้อเสียงเหมือนการเลือกตั้งอื่นๆ นอกจากนี้ขอให้มีสัดส่วนของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มน้ำหนักในการให้ข้อคิดเห็นต่อรัฐบาล โดยอาจจัดให้เป็นการเลือกตั้งแบบกึ่งสรรหาเพื่อให้ได้สมาชิกที่เป็นตัวแทนเกษตรกรและผู้เชี่ยวชาญ ในส่วนของสภาเกษตรกรขอให้ยึดในทางสายกลางอย่าให้แข็งตัวเป็นราชการที่สนใจแต่ระบบบริหารภายใน จนไม่ได้ดูแลแก้ไขปัญหาเกษตรกร แต่ก็อย่าให้อิสระจนขาดระบบรองรับ เพราะจะทำให้เชื่อมโยงกับรัฐบาลได้ยาก
ในช่วงท้ายนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ยกร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรฯให้เสร็จภายใน 1 ปี ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาแล้ว จึงอยากให้ข้อคิดว่าไม่มีกฎหมายที่สมบูรณ์ที่สุด ได้แค่ 70 - 80 % เมื่อบังคับใช้ไปแล้วยังแก้ไขได้ แต่ถ้าจะรอให้สมบูรณ์ก็คงไม่เสร็จเสียที ขณะที่นายสมมาตร สุภาผล ตัวแทนเกษตรกร จ.ระยอง เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมายจัดตั้งสภาเกษตรฯให้แล้วเสร็จภายในสมัยการประชุมนี้ นายากฯรับปากว่าจะเร่งรัดให้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังต้อรอสมัยประชุมหน้าจึงจะพิจารณาในชั้นวุฒิสภา



