ไลฟ์สไตล์

คนรักหมา - บ๊อบบี้ผู้เดินทางกลับบ้าน 3,300 กม.(4)

คนรักหมา - บ๊อบบี้ผู้เดินทางกลับบ้าน 3,300 กม.(4)

08 พ.ย. 2552

หลังจากที่สับสนวนเวียนเรื่องทิศทางกลับบ้าน ในที่สุดด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ บ๊อบบี้ก็ได้ข้อสรุปเรื่องทิศทางด้วยการมุ่งสู่เบื้องทิศตะวันตกซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

 บ๊อบบี้เดินทางมุ่งตะวันตกต่อไปจนกระทั่งข้ามรัฐอิลลินอยส์ตอนเหนือที่เมืองชื่อเหมือนประธานาธิบดีคนก่อน “คลินตัน” ซึ่งที่นี่ก็มีครอบครัวแพ็ตตันได้เล่าให้ทีมค้นหาความจริงเรื่องการเดินทางไกลของบ๊อบบี้ว่า ระหว่างที่ขับรถแบบเปิดประทุนอยู่ในเมืองนั้นอยู่ดีๆ ก็มีหมาตัวหนึ่งไม่รู้ว่าของใครกระโดดขึ้นมาบนรถด้วยท่าทางดีใจสุดขีด มารู้ตอนหลังจากทีมค้นหานี่แหละว่าเป็นบ๊อบบี้นี่เอง

 วิเคราะห์กันว่า ระหว่างที่บ๊อบบี้กำลังเดินอยู่ริมถนนเพื่อหาทางกลับบ้านนั้นคงได้ยินเสียงแตรที่เหมือนกับแตรรถเจ้านายเข้า ด้วยอารามที่ดีใจจึงไม่ฟังอีร้าค่าอีรมกระโดดขึ้นรถไปทันที...

 ผัวเมียแพ็ตตันเล่าให้ฟังว่า ตัวเองก็เป็นคนรักหมาอยู่แล้ว จึงคิดว่าจะเลี้ยงไว้เลยพากลับบ้านแล้วหาอาหารให้กินเพราะดูท่าทางหิวโซ แต่ปรากฏว่าค้างคืนอยู่ด้วยเพียงคืนเดียวเท่านั้น ตื่นเช้าขึ้นมาไม่รู้หายไปไหนเสียแล้ว...

 ครับ แน่นอน บ๊อบบี้เมื่อได้กินอาหารและนอนหลับพักผ่อนมีแรงแล้ว รุ่งขึ้นก็ออกเดินทางต่อตามสัญชาตญาณมุ่งมั่น และคงเดินบ่นไปตลอดทางว่า สมมั้ยล่ะ ตัวเอง ไม่ดูตาม้าตาเรือ นึกว่านายเสียอีก ที่แท้ก็ไม่ใช่ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น โฮ่ง โฮ่ง ฯลฯ

 สามเดือนถัดมาหลังออกจากเมืองคลินตันบ๊อบบี้ก็เดินมาถึงเมืองชื่อดีมอยส์...

 ชายใจดีคนหนึ่งที่เมืองนี้เล่าให้ฟังว่า ดูเหมือนจะเป็นวันขอบคุณพระเจ้านี่แหละที่เปิดประตูบ้านออกมาก็พบกับหมาผอมโซตัวหนึ่งนอนหมอบอยู่ เลยเอาไก่งวงมาให้กิน หมาตัวนี้ก็อาศัยอยู่ที่บ้านกับเขาอยู่หลายอาทิตย์ทีเดียว แต่แล้วจู่ๆ ก็หายไป ไม่ร่ำไม่ลากันเลย แต่อีกไม่กี่วันก็กลับมาใหม่ ปรากฏว่าที่คอมีสายหนังเก่าๆ สกปรกคล้องมาด้วย ลูกสาวจึงบอกกับเขาว่า น่าสงสารนะแด๊ดดี้ เราเลี้ยงมันไว้เองเถอะ ซึ่งเขาก็ตามใจลูกด้วยความยินดี

 แต่ในที่สุดเพียงไม่นาน ต่อมาบ๊อบบี้ก็อำลาครอบครัวใจดีนี้ออกเดินทางมุ่งตะวันตกต่อไป มันเดินทางข้าม 2 รัฐคือโอไอวา และเนบราสกา แล้วออกสู่ทุ่งหญ้าอันกว้างจรดขอบฟ้าทางเทือกเขาร็อกกี้ฝั่งตะวันออก และเมื่อดูจากสภาพแวดล้อมของทุ่งหญ้าบวกกับการที่ไม่มีบ้านเรือนของผู้คนอยู่เลย จึงคาดว่าบ๊อบบี้ก็คงจับกระต่ายกระรอกที่มีอยู่ชุกชุมกินไปเรื่อยๆ เพื่อประทังชีวิต จนกระทั่งมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำมิสซูรีแห่งหนึ่ง

 และเช่นเคย คนเฝ้าสะพานไม่ยอมให้บ๊อบบี้เดินข้าม ทำให้มันต้องว่ายน้ำข้ามแม่น้ำอันกว้างใหญ่และหนาวเย็นอีกครั้งหนึ่งด้วยความเซ็งในอารมณ์

 เดินต่อไป บ๊อบบี้ สู้ สู้....

บัญชร ชวารศิลป์