ไลฟ์สไตล์

เรียนรู้วิทย์สิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติ-อนุรักษ์ด้วยใจ

เรียนรู้วิทย์สิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติ-อนุรักษ์ด้วยใจ

07 พ.ย. 2552

วันแห่งความภาคภูมิใจกับแนวคิดดีๆ “ดินดี สร้างรายได้ พอเพียง ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร สีส้ม ดินดีเป็นอย่าไร ทำไงให้ดินดี ต้องไปดู แล้วโหวตให้พวกเราด้วยนะคะ” เสียงเชิญชวนประชาชนร่วมชมบอร์ดนิทรรศการแสดงโครงงานด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

 “แก้ไขมลพิษ ลดวิกฤติสิ่งแวดล้อม” แนวคิด 70 เยาวชนชาวค่าย “เพาเวอร์กรีน 4” นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ที่คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่เยาวชนเสนอแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้คำนิยาม “วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เรียนรู้สู่การปฏิบัติ” จัดแสดง ณ สวนรถไฟ 

 "ปัญหาทรัพยากรดินถูกนำมาใช้อย่างไม่ถูกต้อง ทำให้สภาพดินขาดความอุดมสมบูรณ์ จนก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทำการเกษตรที่ทุกภาคในประเทศไทยต่างประสบปัญหา ดินจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่พวกเราทุกคนควรรักษาด้วยแนวทางวิธีธรรมชาติแทนการใช้สารเคมี” 

 คือแนวคิดโครงงานของกลุ่มสีส้ม “4 ภาค 4 ดิน 4 ทฤษฎี สู่วิถีพอเพียง” นำเสนอแนวคิดชนะใจคณะกรรมการ คว้ารางวัลชนะเลิศโครงงานกลุ่มวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม “ค่ายเพาเวอร์กรีน 4” ที่ตัวแทน สุรภาพ ฉิมพลีย์ หรือน้องอ้น อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวชิรวิทย์ จ.เชียงใหม่ คิดโครงการร่วมกับเพื่อนๆ 4 ภูมิภาค หัวข้อมลพิษทางดิน หาแนวทางง่ายๆ แก้ไขปัญหาดินในท้องถิ่นและภูมิภาคของตน จากคำแนะนำของอาจารย์ และพี่เลี้ยงค่าย เกิดแนวทางอนุรักษ์ทรัพยากรดินด้วยวิธีง่ายๆ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนี้

 ภาคเหนือ สภาพพื้นดินมีสารพิษสะสมจากเกษตรกรรม บำบัดดินด้วยการปลูกพืชดูดรับสารพิษให้เจือจางลง แนวทางเดียวกับภาคกลาง ปลูกไม้ประดับ อย่างต้นกระดุมทองดูดรับสารพิษ ภาคอีสาน สภาพดินเค็ม ใช้วิธีการยกร่องดินเพื่อชะล้างความเค็มไหลลงสู่แม่น้ำแหล่งใหญ่ ไม่มีผลกระทบต่อแม่น้ำ แต่เป็นการเจือจาง ภาคใต้ สภาพดินเปรี้ยว แก้ไขดินที่เปรี้ยวตามแนวทางทฤษฎี ”แกล้งดิน” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาดินด้วยวิธีธรรมชาติแทนการใช้สารเคมีในปัจจุบัน

 ส่วนแนวคิดโครงงาน “พลังรักษ์ ผลักดันน้ำ” ของกลุ่มสีเหลือง ได้รับผลคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตที่ ลักษมี บาริศรี หรือน้องเฟรนด์ อายุ 17 ปี โรงเรียนหนองหงส์พิทยาคม จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับเพื่อนสมาชิกนำเสนอแนวคิดระบบบำบัดธรรมชาติช่วยธรรมชาติ บำบัดน้ำเสียในชุมชนระบบการกรองน้ำเสียส่งไปตามท่อผ่านพืชบำบัด อาทิ หญ้าแฝก ผักตบชวา ต้นพุทธรักษา ใช้ไม้ตีกรอบเป็นแนวยึดให้พืช ดักกรองขยะ เศษอาหาร ไขมัน และเศษตะกอนอื่นๆ มีลักษณะการทำเหมือนบึงชีวภาพกรองน้ำเสียที่ไหลล้นเข้าไปเป็นระยะ

 การเข้าร่วมกิจกรรมค่ายครั้งนี้ ทั้งน้องอ้น และน้องเฟรนด์ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่สามารถทำได้ตามลำพัง แต่พวกเราต้องช่วยกัน การปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนจะเกิดผลหากเยาวชนมีความรู้เข้าใจ ได้ลงมือทำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และวิชาชีพในอนาคต ให้เด็กเรียนรู้อนุรักษ์ด้วยใจจะดีกว่า

 ส่วน จิติมา ปราณศิลป์ หรือน้องมิน อายุ 16 ปี โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย จ.ระยอง บอกว่า ความรู้ที่ได้รับจากกิจกรรมเวิร์กช็อปด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ ขยะ และน้ำ จากภาคทฤษฎี นำไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงในห้องแล็บ เช่น มลพิษทางน้ำ ใช้เครื่องมือตรวจวัดคุณภาพน้ำ เรียนรู้หลักการดูคุณภาพน้ำเสียอย่างง่ายหากพบหนอนแดงหรือไรแดงในแหล่งน้ำ

 นอกจากความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแล้ว ฐานมาตย์ อุทุม หรือน้องส้ม อายุ 17 ปี โรงเรียนเขมราฐพิทยาคม จ.อุบลราชธานี บอกว่า ได้ฝึกทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ที่สำคัญได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชนร่วมกับเพื่อนๆ ต่างโรงเรียนอีกด้วย

 อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนที่ออกมาไม่ได้ส่งผลต่อจิตอนุรักษ์ของน้องๆ เยาวชนชาวค่าย "เพาเวอร์กรีน 4" พวกเขาต่างรู้สึกภูมิใจกับโครงงาน แม้แบ่งแยกการทำงานเป็นกลุ่ม แต่ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

 กิจกรรมสานต่อ "ค่ายเพาเวอร์กรีน" ในปีนี้ บริษัทบ้านปูฯ และคณะสิ่งแวดล้อมฯ มหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมสานต่อการจัด "ค่ายผู้นำเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม" ฝึกทักษะบทบาทพี่เลี้ยงค่ายของน้องๆ ได้เป็นผู้นำเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม กิจกรรมนี้คงช่วยสร้างจิตอนุรักษ์ให้หยั่งลึกลงจิตใจเยาวชนให้ค่อยๆ พัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืน

0กิตติยา  ธนกาลมารวย0