
ชัยวุฒิชี้มติทปอ.ยันแอดมิชชั่นส์ปี53-54ทำสังคมสับสน
" ชัยวุฒิ ฝากทปอ.ตอบคำถามสังคม ที่ยืนยันตามองค์ประกอบเดิม ชี้ตัดสินใจแบบพลิกโผสังคมย่อมต้องสับสนเป็นธรรมดา พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหารับตรง ผลักดันสกอ.เป็นศูนย์กลาง หวังไม่ให้เด็กต้องวิ่งสอบ เพราะเชื่อว่าคณะ มหาวิทยาลัย เปิดรับตรงเยอะขึ้น ขณะที่ ประธานทปอ.แนะ
เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2552 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเตรียมจะฟ้องตนเอง พร้อมด้วยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยหรือ ทปอ. และ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะรองประธาน ทปอ. กรณีการละเว้นการปฏิบัติหน้าเปลี่ยนแปลงระบบการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา โดยไม่ยับยั้งการใช้ระบบแอดมิชชั่นส์ ว่า ถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ และตนในฐานนะผู้กำกับนโยบายก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยก็มีหน้าที่ต้องทำ และหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นจริงตนก็มีสิทธิที่จะชี้แจงเหตุผล
นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า การที่ ทปอ. มีมติยืนตามองค์ประกอบและค่าน้ำหนักในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิชชั่นส์ ปี2554 ด้วยว่าทปอ.คงได้พิจารณาเรียบร้อยแล้วจึงได้ตัดสินใจเช่นนั้น แต่ ครั้งนี้ ทปอ.คงต้องออกมาตอบคำถามสังคมให้ได้ เมื่อบอกไปแล้วว่าจะเปลี่ยนแต่ทปอ.กลับตัดสินใจแบบพลิกโผสังคมย่อมต้องสับสนเป็นธรรมดา จากนี้คำถามต่อไปคือปี 2555 จะทำอย่างไรหรือจะยืนยันสัดส่วนและองค์ประกอบเดิมต่อไป
“เมื่อเป็นแบบนี้มหาวิทยาลัยมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะรับตรงดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)คงต้องเข้ามาดูแลเรื่องระบบรับตรงมากขึ้น โดยให้สกอ.เป็นหน่วยงานกลางเพื่อประสานแก้ปัญหาไม่ให้เด็กต้องวิ่งสอบหลายที่ โดยครั้งนี้จะมีความชัดเจนและถือเป็นการปรับระบบรับตรงครั้งใหญ่ เช่นเรื่องการนำคะแนนกิจกรรมและผลการเรียนมามีส่วนในการเข้ามหาวิทยาลัยมากขึ้น” รมช.ศธ.กล่าว
ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะประธานทปอ.กล่าวว่า การประชุมทปอ.ครั้งที่ผ่านมาอธิการบดีก็มีความกังวลใจว่ามหาวิทยาลัยจะหันไปรับตรงมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาได้มีกระบวนการสอบถามถึง 8 ขั้นตอน แต่ทปอ.กลับตัดสินใจแบบหักมุมเหมือนกับว่าไม่เห็นด้วยกับกระบวนการทั้งหมด แต่การตัดสินใจของทปอ.ก็มีเหตุผลและทปอ.ต้องรับผิดชอบการตัดสินใจทั้งหมด
"แอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา 53 เพิ่งจะเริ่มใช้และยังไม่มีการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลดังนั้นอธิการจึงเห็นพร้องกันว่าว่าควรจะให้การแอดมิชชั่นส์ปี 53 เดินหน้าแล้วตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสียก่อนจะมีการเปลี่ยงแปลงอีก แหวังว่าอธิการบดีทั้ง 26 แห่งที่ตัดสินใจร่วมกันจะไปพูดคุยกับคณะต่าง ๆ เพื่อข้อความร่วมมือว่า หากจะรับตรงก็ไม่ควรเกินร้อยละ 50 และให้ใช้ข้อสอบที่มีอยู่เพื่อไม่ให้ผู้ปกครองเดือดร้อนต้องเสียเงินค่าสอบเพิ่ม ส่วนกรณีที่เครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษาจะฟ้องร้องผมในฐานะประธานทปอ.นั้นก็ฟ้องได้ตามสิทธิซึ่งพร้อมจะชี้แจง"อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว



