
ล่องน้ำแม่กลอง ท่องวิถีชาวน้ำ
สมุทรสงคราม จังหวัดเล็กๆ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 63 กิโลเมตร มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลไปเยือนไม่ขาดสาย โดยเฉพาะ "กูรูติ๊ก" จงกลณี สถิรอัศวนันท์ 1 ใน 5 กูรูจาก มายด์ทริป ของแคมเปญใหญ่ "ซิตี้ ช้อยส์ ยัวร์
บ้านไม้ชายเลน บ้านพักท่ามกลางธรรมชาติ ภายในตำบลคลองโคน แหล่งเที่ยวจุดแรกๆ ดูจะได้รับความนิยมจากหนุ่มสาวเป็นพิเศษ เพราะไม่เพียงแค่การนั่งเรือล่องลำน้ำแม่กลองชมพื้นที่ป่าชายเลนแบบชิลๆ แล้ว ยังมี “กระเตง” เรือนไม้อันเป็นจุดชมวิวกลางทะเล ให้บรรดาคู่รักเพื่อนเลิฟจูงมือกันไปแอ็กท่าถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน
เยือนแม่กลองทั้งที ผู้เชี่ยวชาญแห่งสายน้ำแม่กลองยืนยันว่าต้องไม่พลาดชมความมหัศจรรย์ของโบสถ์ภายใน วัดบางกุ้ง ซึ่งถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ ส่งผลให้วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์กันเลยทีเดียว และที่สำคัญต้องไม่ลืมเข้าไปนมัสการ หลวงพ่อพุทธมณีนิล หรือ หลวงพ่อดำ พระประธานรูปปั้นขนาดใหญ่ปางมารวิชัยสมัยอยุธยาตอนปลาย ว่ากันว่าเป็นที่เคารพบูชาของคนในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ
อีกสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่ายังคงอนุรักษ์บรรยากาศแบบไทยเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจก็คือ อุทยานแห่งชาติ ร.2 นอกจากจะได้ชมพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งเป็นอาคารทรงไทย 4 หลัง จัดพิพิธภัณฑ์แบบชาติพันธุ์วิทยา แสดงศิลปวัตถุในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ที่จะสะท้อนให้เห็นลักษณะศิลปวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และการดำรงชีวิตของชาวไทยในสมัยนั้นแล้ว ภายในอุทยานแห่งนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้งและสวนพฤกษชาติเป็นสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิด อีกทั้งยังมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง จำหน่ายพันธุ์ไม้สารพัดสารพันให้เลือกซื้อเลือกชิม
ทริปนี้จะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลย หากพลาดท่าไม่แวะสัมผัสบรรยากาศคึกคัก ทั้งร้านค้าของกิน ของใช้สารพัด ทั้งที่ตั้งอยู่ริมคลอง และเรือพายของพ่อค้าแม่ค้าที่จอดเทียบอยู่ในคลองที่ ตลาดน้ำอัมพวา อันเป็นถิ่นกำเนิดของครูเอื้อ สุนทรสนาน เมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวบ้านในแถบนี้เขาล่ะ เพราะเป็นส่วนหนึ่งใน "โครงการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวอัมพวา" ของมูลนิธิชัยพัฒนา ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
หากไม่รีบร้อนกลับบ้าน กูรูติ๊กเล่าว่า การลงเรือชมหิ่งห้อยไปตามลำน้ำแม่กลองก็เป็นเรื่องน่าทดลองดูสักครั้ง หากโชคดีที่เป็นช่วงคืนข้างแรมจะเห็นแสงของหิ่งห้อยได้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม นี่แหละเหมาะสมที่สุด ส่วนข้อปฏิบัติในการชมสัตว์ตัวน้อยสุดมหัศจรรย์นี้ก็มีไม่มาก แค่เพียงอย่าส่งเสียงดัง หรือจับโน่นนี่นั่นหรือทำสิ่งใดเพื่อให้ธรรมชาติถูกรบกวนน้อยที่สุดนั่นเอง
ด้วยความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์อาคารสำคัญๆ ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมีคุณค่าสำคัญทางท้องถิ่นหลายอาคาร ไว้ได้เป็นอย่างดี และยังได้รักษาลักษณะการตั้งถิ่นฐานริมฝั่งคลองแบบดั้งเดิมเอาไว้เมื่อปี 2008 โครงการสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม พื้นที่ริมคลองอัมพวา จึงได้รับรางวัลชมเชยด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโกภาคพื้นทวีปเอเชียแปซิฟิก...แหม!! มันช่างน่าภูมิใจแทนชาวอัมพวาซะจริงๆ



