ไลฟ์สไตล์

สวยใส  กีฬาเลิศ "แคท" เซฟฟานี่ อาวะนิค

สวยใส กีฬาเลิศ "แคท" เซฟฟานี่ อาวะนิค

07 พ.ย. 2552

หลังจาก "น้องแคท" เซฟฟานี่ อะวานิค สาวน้อยวัย 15 ปี ลูกครึ่งไทย-ออสเตรีย ลูกสาวคนเดียวของ คุณแม่สมรัก และ คุณพ่อรูเปียส อะวานิค คว้ามงกุฎ มิสทีน ไทยแลนด์ 2009 ไปครอง พ่วงด้วยตำแหน่งขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน และ มิสเทรนดี้ ทีน บาย บลู คอร์เนอร์ เมื่อช่วงปลาย

 ทำให้ชีวิตของสาวน้อยคนนี้มีอันต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากที่ทุกวันต้องตื่นนอนแต่เช้า แต่งตัวไปโรงเรียน วิ่งเล่นซุกซนกับเพื่อนๆ เหมือนกับเด็กคนอื่นทั่วไป แต่หลังจากที่เธอรับตำแหน่ง มิสทีน ไทยแลนด์ ปุ๊บ!!! นอกจากจะต้องเดินสายขอบคุณสื่อมวลชนแล้ว ยังต้องไปโชว์ตัวตามสถานที่ต่างๆ และออกรายการโทรทัศน์ที่ติดต่อเข้ามาอีกเพียบ เรียกว่าช่วงนี้สาวแคทเธอฮอตสุดๆ ทีเดียว

 “หลังจากคืนที่หนูได้ตำแน่งมิสทีนฯ ก็มีงานทุกวันเลยค่ะ สัปดาห์แรกต้องเดินสายไปขอบคุณสื่อมวลชนหลายแห่ง หลังจากนั้นก็ไปโน่นไปนี่อีกเพียบ ต้องตื่นแต่เช้าทุกวันงานเยอะมาก และความรับผิดชอบก็ต้องมากตามมาด้วยค่ะ” สาวแคทเล่าเสียงเจื้อยแจ้ว

 แต่สำหรับสาวน้อยคนนี้นอกจากหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ ที่ก้าวติดมาเป็นเงาตามตัวจากความน่ารักสดใสของเธอแล้ว ในอีกแง่มุมหนึ่งเธอยังชอบเล่นกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ ขนาดว่าเล่นได้แทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเวคบอร์ด เคเบิ้ลสกี ว่ายน้ำ กระโดดไกล กระโดดสูง น้องแคทเธอเหมาหมด แต่ที่เธอบอกว่าชอบเล่นเป็นพิเศษ ก็เห็นจะเป็นกีฬาประเภททีม อย่างบาสเกตบอลนี่แหละ และที่สำคัญคือเธอเล่นได้ดี จนติดทีมโรงเรียนซะด้วย และเพื่อเป็นการพัฒนาฝีมือของตัวเองให้คงที่ พอว่างจากงานเมื่อไหร่เป็นต้องหาเวลาซ้อมอยู่เสมอ

 อย่างวันนี้พอรู้ว่าไม่มีคิวงานที่ไหน น้องแคทเลยได้โอกาสนัดแนะเพื่อนสนิทก๊วนมิสทีนฯ อย่าง "น้องมิเชล" มิเชล เบอร์แมนน์ "น้องยิหวา" ปรียากานต์ ใจกันทะ และ"น้องโค้ช" วุฒิณี ทองแก้ว ไปซ้อมมือกันที่ อาคารวิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย  ถึงเวลานัดสาวๆ ทั้งสี่ ก้าวเข้าสู่สนามด้วยชุดกีฬาสีชมพูหวานแหวว ทำให้หนุ่มๆ รอบสนามหัวใจคึกคัก กระชุ่มกระชวยหัวใจทีเดียว แต่ก่อนลงสนามจริงยังพอมีเวลาให้เราได้พูดคุยกับน้องแคท ถึงเรื่องราวการเล่นกีฬาของเธอซะหน่อย 

 "หนูเป็นคนชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เล่นได้หลายอย่าง แต่ที่ชอบก็บาสนี่แหละค่ะ เริ่มเล่นตอนอายุประมาณ 11-12 ตอนนั้นโรงเรียนเดอะรีเจ้นส์ จ.ชลบุรี ที่หนูเรียนอยู่ยังไม่มีทีมบาสหญิง พอครูจะจัดทีมขึ้นก็คัดเลือกจากเด็กที่ชอบเล่นกีฬาเป็นประจำอยู่แล้วมาเป็นนักกีฬาในทีม หนูเลยได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมตั้งแต่ตอนนั้น ครูจะจัดให้หนูเล่นตำแหน่งปีก แต่บางครั้งเซ็นเตอร์ขาด ครูก็จะปรับให้ไปเล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แทน" น้องแคท เจ้าของความสูง 170 เซนติเมตร เล่าถึงที่มาของการเริ่มเล่นบาสเกตบอล

 ว่ากันด้วยเรื่องฝีมือกันบ้าง งานนี้บอกได้เลยว่าเธอคนนี้ ”ไม่ธรรมดา” จริงๆ เพราะสาวแคทเธอเป็นหนึ่งในตัวแทนทีมโรงเรียน ที่มีโอกาสเดินทางไปสู้ศึกในสนามระดับประเทศ อย่างที่ประเทศบรูไน มาเลเซีย และไต้หวันมาแล้ว ยิ่งถ้านับรวมถึงการแข่งขันในประเทศด้วยแล้ว เธอผ่านสนามมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเครื่องการันตีฝีมือของเธอได้เป็นอย่างดีทีเดียว

 "ครูจะให้ซ้อมที่โรงเรียนทุกอาทิตย์ค่ะ และในแต่ละเดือนจัดให้มีการแข่งขันกับโรงเรียนอื่นที่อยู่ใกล้ๆ กัน ประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อจะได้ทดสอบและพัฒนาฝีมือ และทุกๆ ปีครูก็จะคัดนักกีฬาเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันต่างประเทศด้วย หนูเองก็มีโอกาสไปมาแล้วหลายครั้ง อย่างล่าสุดไปแข่งที่ประเทศบรูไน ได้รางวัลที่ 2 ติดมือกลับมาฝากพ่อกับแม่ด้วยค่ะ” สาวแคท อวดด้วยความภาคภูมิใจ

 ถึงแม้ว่าหลายครั้งที่ผ่านมา น้องแคทจะได้รับอุบัติเหตุจากการแข่งขันบ้าง แต่ก็เป็นเพียงการบาดเจ็บเล็กน้อย ที่ไม่สามารถทำให้เธอเข็ดจากการเล่นกีฬาได้แม้แต่น้อย

 “มีครั้งหนึ่งหนูไปแข่งกับโรงเรียนแถวๆ พัทยา ฝ่ายโน้นเขาเล่นแรงและจริงจังมาก เล่นไปสักพักเขาหกล้ม หนูวิ่งไปสะดุดขาเขาพอดี เลยเสียหลักล้มลงแล้วก้นกบไปชนเข่าฝ่ายโน้นพอดี ตอนนั้นรู้สึกเจ็บนิดหน่อยแต่ก็แข่งต่อไปจนจบเกม แมทช์นั้นโรงเรียนหนูชนะด้วยค่ะ แต่พอแข่งเสร็จหนูก็เริ่มเจ็บแถวก้นกบขึ้นมา พอไปเอกซเรย์ที่โรงพยาบาล หมอบอกว่ากระดูกร้าว ซึ่งตัวหนูเองยังงงเลยว่าเล่นจนจบเกมได้ยังไงเนี่ย” น้องแคทย้อนเล่าประสบการณ์

 แต่ในทางตรงกันข้าม การแข่งขันกีฬาก็ให้สิ่งดีๆ กับเธอมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น ไม่เจ็บป่วยบ่อย ทำให้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ได้เรียนรู้ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา และที่สำคัญน้องแคทบอกว่า “การลงสนามแข่งขันทุกครั้งจะต้องมีสมาธิไม่วอกแวก ใจและสมองต้องจดจ่ออยู่กับการแข่งเท่านั้น ซึ่งในเรื่องของการมีสมาธินี้จะสามารถนำไปปรับใช้ในเรื่องของการเรียนได้ด้วย” สาวสวยนักกีฬากล่าวทิ้งท้าย

เรื่อง... "วันวิสา โรจน์แสงรัตน์"
ภาพ... "วันชัย ไกรศรขจิต"