ไลฟ์สไตล์

หนุนเอฟเอโอยับยั้งความอดอยากหิวโหยโลก

หนุนเอฟเอโอยับยั้งความอดอยากหิวโหยโลก

04 พ.ย. 2552

ก.เกษตรฯ หนุนเอฟเอโอยับยั้งความอดอยากหิวโหยแก่ประชากรโลก เร่งปลุกกระแสสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางอาหาร เดินสายจัดงานวันอาหารโลกที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

 เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธาน การจัดงานวันอาหารโลก (World Food Day) โดยกล่าวว่าประเทศไทยในฐานะเป็นสมาชิกขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และเป็นสถานที่ตั้งของสำนักงานองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และยังเป็นประเทศเกษตรกรรมที่ผลิตและส่งออกอาหารรายใหญ่อันดับต้นๆของโลก แต่ปรากฏว่ายังมีผู้หิวโหย อดอยากและขาดโภชนาการเป็นจำนวนมาก

 ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ ในฐานะหน่วยงานกลางประสานงานกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ (Food and Agriculture) จึงได้ร่วมกับสำนักงาน เอฟเอโอ กรุงเทพฯ จัดงานวันอาหารโลกขึ้นทุกปี เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงอาหารในยามวิกฤติ ซึ่งหมายความว่าจะทำอย่างไรประชากรโลกซึ่งมีอยู่เกือบ 7 พันล้านคนในขณะนี้ และจะเพิ่มเป็น 9 พันล้านคน ในอีก 40 ปี ข้างหน้า มีอาหารเพียงพอต่อการบริโภคแม้ในยามเกิดวิกฤติการณ์ต่างๆ เมื่อเกิดภัยพิบัติ น้ำท่วม หรือเกิดภัยแล้ง หรืออาหารมีราคาแพงมากๆ หรือเกิดวิฤติเศรษฐกิจและการเงินเหมือนเช่นในขณะนี้

 ทั้งนี้ นอกจากมีการผลิตอาหารที่เพียงพอแล้ว อาหารจะต้องมีคุณภาพและมีความปลอดภัย และที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ แม้จะมีการผลิตอาหารได้มากพอ แต่คนจนในโลกนี้อีกกว่า 1 พันล้านคน ที่อดอยากหิวโหยและขาดสารอาหาร เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้ เพราะไม่กำลังซื้อ ซึ่งจากการประมาณการของเอฟเอโอ ประเทศไทยของเราก็มีคนยากจนและขาดสารอาหารกว่า 5 ล้านคน ทั้งๆที่เราผลิตอาหารมากพอและเหลือส่งไปเลี้ยงประชากรโลกได้ก็ตาม

 รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า พระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานในงานวันอาหารโลกระดับภูมิภาค ซึ่งทางเอฟเอโอ ได้จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา พระองค์ได้ทรงตรัสว่า ผู้ผลิตอาหารโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย คือบุคคลที่ไม่มีความมั่นคงด้านอาหารมากที่สุด

  ทั้งนี้เพราะเกษตรกรรายย่อย คือ ผู้ที่ยากจน ไม่อาจเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ มีสารอาหารและมีความปลอดภัยได้อย่างเพียงพอ พระองค์ท่านจึงได้จัดให้มีโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันโรงเรียน ซึ่งทราบว่าจังหวัดน่านมีโรงเรียนละศูนย์ที่เกี่ยวกับโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันกว่า 60 แห่ง

  นอกจากนี้พระองค์ท่านได้ทรงตรัสถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่มีต่อพสกนิกรว่าพระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงแก้ไขปัญหาโดยอาศัยหลักทางวิทยาศาสตร์ โดยการเปลี่ยนพระราชวังจิตลดา หรือที่เราเรียกกันว่า สวนจิตรลดา ซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ ให้เป็นห้องทดลองต่างๆ ในทุกด้านเช่น การเลี้ยงปลา การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร

 ขณะเดียวกัน ยังได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นโรงงานและโรงเรียนสำหรับพัฒนาประเทศ โครงการพระราชดำริทางด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งทางเอฟเอโอ ได้ทูลเกล้าถวายเหรียญ อะกริโกลา (Agricola) เพื่อเทิดพระเกียรติด้านพัฒนาการเกษตรเมื่อปี 2538 และเหรียญที่สองคือเหรียญ เทลฟูด (TeleFood )หรือที่เราเรียกกันว่า เหรียญพื่อความมั่นคงด้านอาหาร ซึ่งเป็นเหรียญแรกที่เอฟเอโอ ผลิตขึ้นโดยเอฟเอโอ ได้ถวายแด่พระองค์ท่าน เมื่อปี 2542

  สำหรับประเทศไทยสามารถพูดได้ว่ายังไม่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการขาดแคลนอาหาร หรือขาดความมั่นคงทางด้านอาหาร เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมสามารถผลิตอาหารเลี้ยงประชาชนชาวไทยได้อย่างเพียงพอ และสามารถส่งสินค้าเกษตรและอาหารไปเลี้ยงประชากรโลกได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีปัญหาในแง่ของการกระจายและการเข้าถึงอาหารของคนบางกลุ่ม เช่นคนในถิ่นทุรกันดาร รวมทั้งการบริโภคอาหารที่ขาดหลักโภชนาการ

 ดังนั้นรัฐบาลไทยจึงได้กำหนดนโยบายในการสร้างรากฐานเพื่อให้เกิดความมั่นคงอาหารในประเทศที่ยั่งยืน โดยสนับสนุนการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบชลประทาน แห่งน้ำ ปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู้ทางการเกษตรในการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนการพัฒนาพลังงานทางเลือก รวมทั้งรักษาระดับพื้นที่ปลูกพืชพลังงานที่ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลูกพืชอาหาร และสนับสนุนการกำหนดเขตการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่เหมาะสมตามศักยภาพของ ดิน น้ำ ภูมิอากาศ และภูมิศาสตร์

 อย่างไรก็ตาม การจัดงานเฉลิมฉลองวันอาหารโลกครั้งนี้ จะทำให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญของการผลิตอาหารที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และเพียงพอต่อความต้องการบริโภค และร่วมมือกันสร้างความมั่นคงอาหาร ทั้งในยามปกติและในยามวิกฤติ โดยภาครัฐเอกชน และภาคประชาสังคม จะต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะภาคเกษตรกรในชนบท มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นพ้นจากความยากจนและความอดอยากหิวโหย

 ทางด้านนายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สำหรับปีนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับเกียรติจากจังหวัดน่าน และเอฟเอโอ ในการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานวันอาหารโลกระดับประเทศขึ้นในวันนี้ ได้กำหนดหัวข้อสำหรับการเฉลิมฉลองว่า การสร้างความมั่นคงด้านอาหารในยามวิกฤติ โดยมีวัตถุระสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาคมในโลกได้ตระหนักภฃถึงภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจและการเงิน ตลอดจนความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เช่นภาวะโลกร้อนแลภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงราคาอาหารที่สูงขึ้นอย่างมากมายในปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

  กิจกรรมที่จัดในวันนนี้ประกอบด้วย งานแสดงนิทรรศการกึ่งวิชาการ โดยจัดเป็นศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ศูนย์การเรียนรู้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ การเกษตรอินทรีย์ ศูนย์การเรียนรู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลากบ ศูนย์การเลี้ยงสัตว์ และศูนย์การเรียนรู้การเพาะและการขยายพันธุ์พืช การทำนาขั้นบันไดบนพื้นที่สูง การเลี้ยงสัตว์อินทรีย์ การเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก บ่อดิน การเกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ สมุนไพรพื้นบ้าน ชุมชนต้นแบบพื้นบ้าน การประกวดภาพวาดเรียงความของนักเรียน นักศึกษาและประชนทั่วไป และงานแสดงและจำหน่ายสินค้าอาหารและสินค้าเกษตร