
เอสเอ็มอียูนิเวอร์ซิตี้"สาธิต พุทธชัยยงค์" อธิการบดีมทร.กรุงเทพ
กว่า 30 ปีที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจร่วมพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) กรุงเทพ จนเติบใหญ่ในวันนี้ ทำให้ "ดร.สาธิต พุทธชัยยงค์" วัย 52 ปี อดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย ได้รับความไว้วางใจจากสภามหาวิทยาลัยให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดีคนใหม่รับ
"แม้งบปี 2553 ได้งบประมาณลดลงจาก 700 ล้านบาท เหลือ 626 ล้านบาท แต่ช่วง 4 ปีข้างหน้า ผมยืนยันจะพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นผู้นำด้านบริการวิชาการแก่สังคม มีวิชาชีพโดดเด่น จะรักษาเอกลักษณ์ที่เป็นรากฐานเดิมของทั้ง 3 วิทยาเขตไว้โดยวิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ เด่นในสาขาช่างภาพ ช่างพิมพ์ ช่างสำรวจ ส่วนวิทยาเขตบพิตรพิมุข มหาเมฆ เด่นสาขาบริหารธุรกิจ และวิทยาเขตพระนครใต้ เด่นสาขาคหกรรม และพัฒนาบัณฑิตให้คิดเป็นทำได้ ไม่ใช่แค่ปฏิบัติเก่ง แต่จะต้องคิดแก้ปัญหาได้และพูดภาษาอังกฤษได้ทุกคน อนาคตจะให้นักศึกษาพูดภาษาจีนได้ด้วย รวมทั้งมีใจกายเป็นสุข รู้จักบริหารใจของตัวเอง" อธิการบดีมทร.กรุงเทพ บอกถึงนโยบาย
ปัจจุบัน มทร.กรุงเทพ ถือว่าเป็น "เอสเอ็มอียูนิเวอร์ซิตี้" หรือ "มหาวิทยาลัยทำมาหากิน" ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและความรู้ในการทำธุรกิจสาขาที่มหาวิทยาลัยเชี่ยวชาญ ได้แก่ อาหาร สิ่งทอและแฟชั่น ท่องเที่ยว โรงแรม สิ่งพิมพ์แก่ประชาชน และได้รับงบประมาณภายใต้โครงการสหกิจศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) 7 ล้านบาท พัฒนานักศึกษาให้เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่
นอกจากนี้ ยังได้รับงบจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ 200 ล้านบาท ในการทำวิจัยเส้นใยประดิษฐ์เพื่อนำมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ การแพทย์ และยังร่วมกับศูนย์นาโนฯ จัดตั้งสถาบันวิจัยแฟชั่นแห่งประเทศไทย และช่วยยกระดับความรู้ให้แก่บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 หมื่นคน และอบรมความรู้แก่ครู นักเรียนโรงเรียนสังกัดกทม.ด้วย
มหาวิทยาลัยจะมีความเข้มแข็งทางวิชาการได้ต้องมาจากอาจารย์ที่มีคุณภาพ จึงส่งเสริมอาจารย์ที่มีอยู่ 1,086 คนให้มีความก้าวหน้าทางวิชาการและได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นโดยให้ทุนเรียนต่อระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมคิดร่วมทำในการพัฒนามหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยก็จะต้องเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้โดยมทร.กรุงเทพต้องมีร่มรื่น สวยงาม สะอาดและปลอดภัย แต่ละพื้นที่มีตัวอย่างและป้ายอธิบายความรู้เกี่ยวกับสาขาวิชาต่างๆ เพื่อเป็น "อุทยานการเรียนรู้" ของนักศึกษา บุคลากร และชุมชน
"ปัจจุบันมทร.กรุงเทพมีนักศึกษาทั้งหมดประมาณ 1.2 หมื่นคน มหาวิทยาลัยมุ่งปลูกฝังให้พวกเขาทำได้คิดเป็น มีคุณธรรม เมื่อเรียนจบออกไปแล้ว หากไม่ทำงานในหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน ก็สามารถไปคิดสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมาและเป็นเถ้าแก่เอง หรือหากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นมาแล้วบริษัทมีการปลดคนงาน พวกเขาก็สามารถอยู่รอดได้" ดร.สาธิตย้ำ
อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจช่วง 4-5 ปี นี้พบว่า นักศึกษาทุกคณะที่จบออกไปร้อยละ 80 มีงานทำ ปีนี้จะพัฒนานักศึกษาเพิ่มอีกหนึ่งเรื่องคือ การรู้จักบริหารจิตใจของตัวเองโดยมหาวิทยาลัยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดโครงการใจกายเป็นสุขขึ้น จะเชิญผู้เชี่ยวชาญและพระสงฆ์มาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลจิตใจของตนเองแก่นักศึกษาเพราะคนยุคใหม่มีแต่ความรู้ทางวิชาชีพ รู้วิธีการทำมาหากิน แต่กลับไม่รู้วิธีดูแลจิตใจ ทำให้ไม่รู้จักจิตใจของตัวเอง
0 ธรรมรัช กิจฉลอง/เรื่อง
ประชาสัมพันธ์มทร.กรุงเทพ/ภาพ 0



