
ระพี สาคริกร้องรัฐสงวน3อาชีพเกษตรห้ามเปิดเสรี
วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นาย ระพี สาคริก ประธานมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) นาย บัณฑูร เศรษฐศิโรตฒ์ ผู้อำนวยมูลนิธิธรรมรัฐเพื่อพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม นางสาวกิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา
ตัวแทนกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี เป็นตัวแทน อ่านแถลงการณ์มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน ( FTA Watch) และองค์กรภาคประชาชนรวม 103 องค์กร ยืนยันให้มีการสงวนการลงทุนด้านการเกษตร 3 สาขา การเพาะและขยายพันธุ์พืช การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการปลูกป่า ภายใต้ความตกลงเปิดเสรีการลงทุนอาเซียนและมาตรการคัดค้านของภาคประชาชน
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ตามที่จะมีการประชุมของคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) เพื่อพิจารณาความตกลงการเปิดเสรีการลงทุนอาเซียน ( ASEAN Comprehensive Agreement) และการจัดทำข้อเสนอและมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบ ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ องค์กรภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องขอเรียกร้องต่อรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลยับยั้งการเปิดเสรีภาคเกษตรและภาคบริการที่เกี่ยวข้อง 3 สาขา ภายใต้ข้อตกลงการเปิดเสรีการลงทุนอาเซียน และรัฐบาลต้องผลักดันให้มีการเจรจาเพื่อสงวนอาชีพดังกล่าวสำหรับเกษตรกรรายย่อย ชุมชนท้องถิ่น และประชาชนคนไทย เช่นเดียวกับที่ รัฐบาลอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ดำเนินการเพื่อสงวนอาชีพและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องเอาไว้สำหรับประชาชนของเขา
“หากรัฐบาลมิได้ดำเนินการใดๆตามข้อเรียกร้องซึ่งยืนอยู่บนผลประโยชน์ของเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของชาติ และไม่ได้ฟังเสียงคัดค้านของหลายหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคำท้วงติงของนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง องค์กรภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการยื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องรายละเอียดของการฟ้องร้อง และการเคลื่อนไหวขององค์กรภาคประชาชนในลำดับต่อไปนั้น จะประกาศให้ทราบโดยเร็วหลังการประชุมของคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ”นายวิฑูรย์ กล่าว
ด้านนายบัณฑูร กล่าวว่า ที่ผ่านมา ค ณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดการประชุมร่วมของหลายฝ่ายเกี่ยวกับประเด็นนี้ พบว่า หลายหน่วยงานที่รับผิดชอบกับประเด็นนี้โดยตรง คัดค้าน เช่น กรมประมง กรมการข้าว สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรณีของกรมการข้าว ถึงกับระบุว่า หากเปิดเสรีปรับปรุงพันธุ์พืชก็เท่ากับเป็นการชักศึกเข้าบ้าน แต่ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกลับพูดแต่เพียงว่า เป็นข้อตกลงที่ตกลงไว้แล้ว ทำให้สงสัยว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่มีนักลงทุนใกล้ชิดกับบีโอไอ และใกล้ชิดกับพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลจะได้ประโยชน์จากการได้เงินลงทุนเพิ่ม และยังได้สิทธิการคุ้มครองการลงทุนด้วย ในฐานะที่มีสภาพเป็นนักลงทุนต่างชาติด้วย ซึ่งเป็นสิทธิที่ไม่เคยได้มาก่อน เพราะข้อตกลงประเภทนี้ มันให้สิทธินักลงทุนต่างชาติมากกว่าคนในชาติด้วยซ้ำ
“ บีโอไอมักจะชี้แจงว่า ประเทศไทยมีกฎหมายภายในเพียงพอ เช่น นักลงทุนต่างชาติไม่สามารถขออนุญาตสร้างสวนป่าได้, ไม่สามารถขอมีเลื่อยยนต์ได้, ไม่สามารถขอใช้ป่าสงวนเสื่อมโทรม ถ้าฟังแบบนี้แล้ว อยากรู้ว่า นักลงทุนอาเซียนอีก 9 ประเทศไม่รู้เรื่องนี้เลยหรือไร แต่จากเนื้อหาในข้อตกลงข้อ 9 ชี้ว่า เราจะให้สิทธินักลงทุนต่างชาติไม่เท่านักลงทุนในชาติได้ก็ต่อเมื่อ เราต้องทำข้อสงวน ถ้าไม่ทำข้อสงวนก็ไม่อนุญาตทำได้ แต่กระนั้น หากเกิดปัญหาในอนาคต เราจะไม่สามารถปรับเปลี่ยนนโยบายหรือกฎหมายได้เลย เพราะหากทำไป นักลงทุนอาจนำไปอ้างว่ามีผลกระทบเชิงลบ และฟ้องร้องเป็นกรณีพิพาทให้รัฐต้องใช้เงินภาษีของประชาชนไปชดเชยดังที่เกิดใน เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) มาแล้ว หากอีกหน่อยรัฐบาลไทยประกาศพื้นที่ป่าสงวน หรือ ควบคุมการปล่อยน้ำทิ้งจากนากุ้ง จะมีผลกระทบต่อนักลงทุนต่างชาติหรือไม่ จนเขาเอาไปเป็นประเด็นฟ้องร้อง ฝากเอาไว้ให้รัฐบาลมองไกลกว่าเม็ดเงินลงทุน ”
นายระพี กล่าวว่า ตนอายุจะเข้า 88 ปีแล้ว จำได้ดีว่า อาเซียนเกิดจากคนไทย โดยที่ ไปเอาอย่างยุโรป แต่ไม่คิดว่า วัฒนธรรมจะต่างกัน ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวกำลังพ่นพิษ
“ วันที่ 6 พ.ย.นี้ จะเปิดหน้าอย่างชัดเจนว่า ใครรักแผ่นดินจริงๆ หรือใครพูดแต่ปากว่ารักประเทศ แต่ไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้นเราจะต้องฟ้อง เราจะต้องเอาคนผิดออกมาดูหน้ากันให้ได้ ใครคิดทำอะไร ใครมีพฤติกรรมขายชาติ ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินจริงหรือเปล่า หรือทำเพื่อเอาตำแหน่ง เอาหน้าเอาตา เราจะทำทั้งระยะสั้น ระยะยาว เราจะไม่เลิก เราจะทำต่อ เป็นบทเรียนที่เราจะต้องเรียนรู้ ไม่มีชาติไหนเขามอบการเกษตรให้กับคนชาติอื่น ถ้าเราไม่ทำ แผ่นดินเราสูญแน่ ” นายระพี กล่าว



