
กรมตรวจฯ-ม.สร้างผู้สอบบัญชีสหกรณ์เอกชน
กรมตรวจบัญชีฯ ร่วมกับ 10 สถาบันการศึกษา เร่งสร้างผู้สอบบัญชีสหกรณ์ภาคเอกชน เน้นให้มีความรู้ด้านการจัดการบัญชี ด้านสื่อสารสนเทศในการดำเนินงานบริหารจัดการ
(3พ.ย.) นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมตรวจบัญชีฯร่วมกับสถาบันฯ 10 แห่ง เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิชาการสหกรณ์และการสอบบัญชีสหกรณ์ เข้ามาทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบฯ อย่างเพียงพอต่องานสอบบัญชีของสหกรณ์ตามมาตรฐาน ซึ่งจากเดิมมีอยู่ประมาณ 370 คน ทำหน้าที่ตรวจสอบสหกรณ์ 160 คน หรือเฉลี่ยที่ 1 คนต่อสหกรณ์ 6 แห่ง โดยความร่วมมือดังกล่าวคาดว่าสามารถรองรับบัณฑิตจบใหม่ 300 คน และเพิ่มขึ้นอีก 200 คนภายใน 2 ปี มาทำหน้าที่สอบบัญชีอัตราเฉลี่ย 1 คน: สหกรณ์ 3 แห่ง
สำหรับสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก และวิทยาเขตจักรพงษ์ภูวนารถ
เพื่อให้ภาคสหกรณ์มีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเอง ทั้งในด้านการพัฒนาระบบบริหารการเงิน บัญชีที่โปร่งใส เป็นที่เชื่อถือศรัทธาต่อสมาชิก อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างบุคลากรเครือข่าย ภาคประชาชนให้มีความรู้ด้านการจัดการบัญชีที่มีศักยภาพและขีดความสามารถด้านการบัญชี สถาบันการศึกษาจึงนับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมสร้างการพัฒนาระบบบริหาร จัดการด้านการเงิน การบัญชีอย่างมีมาตรฐาน
การเสริมสร้างให้สหกรณ์มีระบบการควบคุมภายในด้านการบริหารการเงิน การบัญชีที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสมาชิกนั้น ต้องร่วมกันพัฒนาทั้งด้านความมั่นคง ความพึงพอใจให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญในหลักการปฏิบัติ เพื่อให้การควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชีของผู้สอบฯเป็นไปตามมาตรฐาน
ทุกฝ่ายต้องสร้างเวทีร่วมกัน เพื่อพิจารณากำหนดมาตรการหลักสำคัญอาทิ การสร้างมาตรฐานการบัญชีสหกรณ์ การสร้างเครื่องมือสารสนเทศ สร้างผู้ตรวจสอบกิจการ ผู้สอบบัญชีและสหกรณ์ ตลอดจนการสร้างเครื่องมือเตือนภัยภาวะเศรษฐกิจทางการเงิน เพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น
จากรายงานภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจสหกรณ์นอกภาคเกษตร โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ในช่วงปี 2549-2551 พบว่ามีแนวโน้มการพัฒนาที่ดีขึ้น ซึ่งจากเดิมมีสหกรณ์ 2,192 แห่ง เพิ่มขึ้น 378 แห่ง หรือ 17.24 เปอร์เซ็นต์ สมาชิก 3,254,425 คน เพิ่มขึ้น 608,298 คน หรือ 18.69 เปอร์เซ็นต์ และทุนดำเนินงานที่เกิดจากการรับฝากเงิน ให้สินเชื่อ จัดหาสินค้ามาจำหน่าย รวบรวมผลผลิต การให้บริการจากเดิม 697,160.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น195,852.16 ล้านบาท หรือ 28.09 เปอร์เซ็นต์



