
คนไทยวัย 40+ "ปวดใจ"
เจ็บแน่นอก นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของคนไทย รองจากมะเร็งและอุบัติเหตุ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขปี 2549-2550 ผู้ป่วยจะมีอาการจุกเสียดแน่นตรงกลางหน้าอก อึดอัด หายใจไม่สะดวก เหมือนมีอะไรมาบีบรัดหรือกดทับ อาจปวดร้าวไปที่คอ แขนซ้าย หรือกราม ร่วมกับอาการคลื่นไส้ เหงื่อออกท่วมตัว
อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อออกกำลังกาย และดีขึ้นเมื่อพักหรืออมยาใต้ลิ้น ถ้าหลอดเลือดหัวใจตีบมาก อาการแน่นหน้าอกอาจรุนแรง และอาการไม่ดีขึ้น แม้หยุดพักหรืออมยาใต้ลิ้น เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หัวใจอาจหยุดเต้นอย่างกะทันหัน หรือเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
พฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
-มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
-อายุที่เพิ่มขึ้น
-เพศชายจะมีความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง ซึ่งเพศหญิงวัยหมดประจำเดือนจะมีโรคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
-ภาวะไขมันในเลือดสูง
-ความดันโลหิตสูง
-การสูบบุหรี่
-โรคเบาหวาน
ป้องกันโรคหัวใจได้อย่างไร
1.หยุดสูบบุหรี่
-บุหรี่มีสารเคมีมากกว่า 4,800 ชนิด ซึ่งเป็นอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบได้ง่าย
-บุหรี่จะทำให้หัวใจท่านทำงานมากขึ้นเนื่องจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตีบ หัวใจเต้นเร็ว และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น
-ผู้หญิงที่สูบบุหรี่ร่วมกับการกินยาคุมกำเนิดจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น
ข่าวดีสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ หากท่านหยุดสูบบุหรี่ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยประมาณว่าจะเหมือนคนปกติใน 1 ปี
2.การออกกำลังกาย
-ทำให้หัวใจแข็งแรง
-ควบคุมน้ำหนักไม่ให้ขึ้น
-ลดระดับความดันโลหิต
-ลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานและไขมันในเลือด
แนะนำให้ออกกำลังกายปานกลางวันละ 30-40 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน
3.การรับประทานอาหารสุขภาพ
-หลีกเลี่ยงอาหารมันบางชนิดที่มีผลเสียต่อหัวใจ เช่น ไขมันอิ่มตัว (Saturated fat), Tran_fatty acid ได้แก่ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ไขมันจากสัตว์ เครื่องใน กุ้ง ปลาหมึก ไก่ทอด พิซซ่า กล้วยแขก เนย มาการีน
-ให้รับประทานผักและผลไม้เพิ่มขึ้น เพราะผักและผลไม้จะช่วยป้องกันหลอดเลือดของท่าน
-รับประทานปลาเพราะเนื้อปลามี Omega-3-fatty acid
4.หมั่นตรวจสุขภาพ
ท่านที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ อ้วน หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ หรือท่านที่อายุมากกว่า 35 ปี โดยไม่มีความเสี่ยง ให้ท่านได้รับการตรวจ
-ความดันโลหิต
-ระดับไขมันในเลือด
-ระดับน้ำตาล
สัญญาณอันตราย...ที่ไม่ควรมองข้าม
1.เวลาคุณออกกำลังกายหนักๆ แล้วแน่นหน้าอก พอพักสักครู่ก็ดีขึ้น หรือไม่?
2.คุณเจ็บหน้าอก ตื้อๆ ตรงกลางหน้าอกหรือไม่
3.อยู่ๆ คุณก็เจ็บหน้าอกต่อเนื่อง แม้จะนั่งพักแล้วก็ยังไม่หาย หรือไม่?
4.เวลาคุณรีบๆ หรือโมโหใครแล้วเจ็บหน้าอก หรือไม่?
5.เวลาคุณมีเซ็กส์ตอนถึงจุดไคลแม็กซ์มีอาการเจ็บหน้าอกจนต้องนอนนิ่งไปครู่ใหญ่ หรือไม่
หากคุณพบว่ามีอาการใดอาการหนึ่ง อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคสำคัญดังนั้น คุณควรพบและปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยโดยละเอียด
โรงพยาบาลพญาไท โทร.1772
---------------------
"เก็บกระเป๋าไปแคมป์"
วันที่ 20-21 พฤศจิกายนนี้ กิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและผู้ติดตามดูแลใกล้ชิดตลอด 2 วัน 1 คืน โดยแพทย์และทีมพยาบาลด้านสมอง ณ หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จ.สุพรรณบุรี
-พบทริก สุดง่ายในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
-ตื่นตากับการแสดง “Buffalo Show” หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย
-สนุกกับ “โชว์ชุดโปงลาง” กับคืนปาร์ตี้ไนท์
-นมัสการ “หลวงพ่อโต” วัดป่าเลไลย์
กิจกรรมนี้รับจำนวนจำกัด 20 ครอบครัว ติดต่อศูนย์สมองและระบบประสาทกรุงเทพ โทร.0-2310-3268



