ไลฟ์สไตล์

คนไร้บ้านมีปัญหาสุขภาพจิต6หน่วยงานวางระบบดูแลสิทธิผู้ป่วย

คนไร้บ้านมีปัญหาสุขภาพจิต6หน่วยงานวางระบบดูแลสิทธิผู้ป่วย

22 พ.ย. 2561

คนไร้บ้านมีปัญหาสุขภาพจิต6หน่วยงานวางระบบดูแลสิทธิผู้ป่วยจิตเวช : รายงาน   โดย...  ​ปาริชาติ บุญเอก [email protected]

 

          ปัจจุบันประเทศไทยมีคนไร้บ้านกว่า 30,000 คนทั่วประเทศ เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 1,300 คน 30% มีปัญหาด้านสุขภาพจิตรุนแรง 50% เข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุขเนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน ทำให้คนไร้บ้านมีปัญหาสุขภาพจิตขาดโอกาสในการเข้าถึงการรักษาอย่างเหมาะสม ล่าสุด สสส. และ 6 หน่วยงานภาครัฐ-ภาคประชาสังคม ลงนามเอ็มโอยูร่วมกันเพื่อบูรณาการระบบดูแลคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยจิตเวชไร้บ้านในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

 

 

          เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน  6 หน่วยงานภาครัฐ-ภาคประชาสังคม ประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และมูลนิธิกระจกเงา ได้ลงนามร่วมกันเพื่อบูรณาการระบบดูแลคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยจิตเวชไร้บ้านในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

 

 

คนไร้บ้านมีปัญหาสุขภาพจิต6หน่วยงานวางระบบดูแลสิทธิผู้ป่วย

 

 

          ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ รองประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 2 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีคนไร้บ้านกว่า 30,000 คนทั่วประเทศ เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 1,300 คน 30% มีปัญหาด้านสุขภาพจิตรุนแรง วิธีสังเกตคือ “รุงรัง-ติดเหล้า-ตาขวาง-หวาดระแวง” 50% เข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุขเนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม การร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ทุกคนในสังคมหันกลับมามองถึงปัญหาคนไร้บ้าน และเชื่อมต่อหน่วยงานอย่างไร้รอยต่อทั้ง 3 ระบบ ได้แก่ “นำเข้า-รักษา-ส่งต่อ”


       
          ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สสส. กล่าวว่า สสส.ทำ “โครงการวิจัยการพัฒนาระบบการดูแลให้บริการด้านสุขภาพจิตแก่ผู้ป่วยไร้บ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล จนพบว่า คนไร้บ้านที่มีอาการสุขภาพจิต มีเพียง 30% เท่านั้น หมายความว่า ยังมีคนกลุ่มใหญ่ที่เราเชื่อว่าเขาสามารถดูแลตัวเองได้ และเขาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด


          แนวทางช่วย“คนไร้บ้าน”
          จากรายงานวิจัยโครงการระบบการดูแลให้บริการด้านสุขภาพจิตแก่ผู้ป่วยไร้บ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งศึกษาระบบการดูแลด้านสุขภาพจิตแก่ผู้ไร้บ้านในต่างประเทศ พบว่า สหรัฐอเมริกา ประกาศใช้ พ.ร.บ.สุขภาพจิตแห่งชาติ ปี 1946 มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยด้านจิตเวช นำไปสู่การก่อตั้งสถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติ จัดสรรที่อยู่อาศัย โดยผู้ไร้บ้านเสียค่าเช่าให้รัฐ 30% จากรายได้ซึ่งมาจากประกันสังคม ส่วนผู้ป่วยทางจิตไร้บ้าน จะได้รับการรักษา บำบัด และฝึกทักษะทางสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ป่วยสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้

 

 

คนไร้บ้านมีปัญหาสุขภาพจิต6หน่วยงานวางระบบดูแลสิทธิผู้ป่วย

 


          ประเทศอังกฤษ ได้ประกาศ พ.ร.บ.สุขภาพจิต ปี 2007 กำหนดให้ตำรวจสามารถนำบุคคลที่อาจมีความผิดปกติทางจิตออกจากที่สาธารณะ กักตัว และรอแพทย์มาประเมินเพื่อรักษาต่อไป ผู้ป่วยทางจิตที่ออกจากโรงพยาบาลจะได้รับการดูแลจากคลินิกจิตเวชชุมชน ฟื้นฟูทางด้านอาชีพ รวมถึงจัดที่อยู่อาศัยให้แก่คนไร้บ้าน ตาม พ.ร.บ.ที่พักอาศัย (เพื่อคนไร้บ้าน) ผู้ป่วยทางจิตจะมีที่พักอาศัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือเช่าในราคาถูก


          ฮ่องกง รัฐบาลได้จัดทำเอกสาร “Future Development of Rehabilitation Service in Hong Kong” เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยจิตเวชเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ระหว่างการดูแลทางสุขภาพและสังคม พร้อมจัดตั้งองค์กร “New Life Psychiatric Rehabilitation Association” (NLPRA) เพื่อฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวช โดยได้รับงบประมาณจากรัฐบาล 82% ผ่านกระทรวงสวัสดิการสังคม พร้อมจัดหาที่พักอาศัย สร้างอาชีพ และช่วยเหลือญาติผู้ป่วย


          สมพร หารพรม  ตัวแทนมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เล่าว่า สาเหตุสำคัญของคนไร้บ้านมาจากปัญหาครอบครัว เศรษฐกิจ บางคนมีความบกพร่องทางร่างกาย มีมากกว่าหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาหลุดออกมาในพื้นที่สาธารณะ คนที่มาพักที่ศูนย์มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยเสียค่าเช่าเดือนละ 350 บาท ซึ่งศูนย์ได้จัดตั้งบริษัทเพื่อเป็นตัวกลางในการหางานให้ตรงกับศักยภาพของแต่ละคน หรือบางคนก็อาจจะชอบหางานเอง
การเซ็นเอ็มโอยูจะทำให้แนวทางช่วยเหลือผู้ป่วยจิตเวช ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากมีปัญหาในการประสานกับโรงพยาบาล

 

 

คนไร้บ้านมีปัญหาสุขภาพจิต6หน่วยงานวางระบบดูแลสิทธิผู้ป่วย

 


          กรรณิการ์ ปู่จินะ ตัวแทนคนไร้บ้าน ที่ออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 25 ปี พร้อมลูก 1 ขวบ เนื่องจากมีปัญหาภายในครอบครัว ใช้ชีวิตที่สนามหลวงเกือบ 3 ปี ตอนเช้าอาศัยกินข้าววัด และตอนเย็นจะมีร้านก๋วยเตี๋ยวที่ท่าพระจันทร์ นำอาหารใส่ถุงมาบริจาค หลังจากได้สามีซึ่งมีอาชีพรับจ้าง และมีลูกอีกหนึ่งคนจึงตัดสินใจเช่าบ้านอยู่ แต่ต้องออกมาไร้บ้านอีกครั้งเนื่องจากสามีตกงานโดยอาศัยที่หมอชิต จนมีคนแนะนำให้มาอยู่ที่มูลนิธิ เมื่อปลายปี 2549 ปัจจุบันทำงานร่วมกับเครือข่ายมูลนิธิช่วยคนไร้บ้านในเรื่องสุขภาพ พาไปทำบัตร พบแพทย์ คุยกับเจ้าหน้าที่ เป็นทีมทำงานของกลุ่มคนไทยไร้สิทธิ และส่งลูกทั้งสองคนเรียนหนังสือ


          “ตอนนี้สังคมหันมาให้ความสำคัญกับคนไร้บ้านมากขึ้น เป็นเรื่องที่ดี จากที่ได้ไปสัมผัส ทุกคนไม่ได้อยากเป็นคนไร้บ้าน ไม่ได้อยากอยู่แบบนั้น แต่ในเมื่อบ้านเช่าก็ราคาแพง งานก็ไม่มีทำ เขาจึงเลือกมานอนที่สาธารณะ” กรรณิการ์ กล่าวทิ้งท้าย