
มีลุ้นลูกแฝดแพนด้าหลินฮุ่ยหลังผสมเทียมได้ถึง2รอบ
เผยหากท้องจริงถือเป็นความสำเร็จของนักวิจัยไทยอย่างแท้จริง ด้านองค์การสวนสัตว์ดูแลแพนด้าทั้ง 2 ตัว อย่างใกล้ชิดไม่ให้เกิดภาวะเครียด
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า หลังจากการผสมเทียมแพนด้าหลินฮุ่ย และช่วงช่วง ของสวนสัตว์เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถือว่าเตรียมการมาอย่างสมบูรณ์ทุกขั้นตอนมากกว่าเมื่อ 2 ปีก่อน เนื่องจากมีการวิจัยพฤติการณ์ของแพนด้าคู่นี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระยะที่เหมาะสมสำหรับการผสมพันธุ์ ทำให้สามารถผสมเทียมได้ถึง 2 ครั้ง เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่แสดงถึงภาวะการตกไข่เพิ่มสูงขึ้นถึง 2 ครั้ง อาจเป็นไปได้ว่าหลินฮุ่ยอาจมีการตกไข่ซ้ำและมีลุ้นว่าจะเป็นลูกแฝดก็ได้
ทั้งนี้ หากเป็นจริงจะถือว่าเป็นความสำเร็จของทีมนักวิจัยไทย เพราะผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนเดินทางมาไม่ทันเวลาตกไข่ของหลินฮุ่ย อย่างไรก็ตาม การที่หลินฮุ่ยแสดงอาการเป็นสัดเร็วกว่าปกติในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะสภาพอากาศที่แปรปรวนหรือไม่ เพราะยังพบว่าแพนด้าตัวเมียของสวนสัตว์ที่อเมริกาก็เป็นสัดเร็วกว่าปกติในช่วงเดือนมกราคมเช่นกัน
นายโสภณกล่าวว่า ขณะนี้ต้องใช้เวลาอีก 60 วัน ถึงจะอัลตราซาวนด์ดูว่าหลินฮุ่ยท้องจริงหรือไม่ เพราะในช่วงเวลานี้อาจจะเป็นท้องเทียมได้ เนื่องจากในระยะนี้ตัวอ่อนจะลอยตัวในมดลูกได้หลายสัปดาห์โดยที่ยังไม่มีการฝังตัวก็ได้ ขณะนี้องค์การสวนสัตว์ดูแลแพนด้าทั้ง 2 ตัวอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดภาวะเครียดและเกิดการกระทบกระเทือนภายหลังการผสมเทียม นอกจากนี้เตรียมจะส่งเจ้าหน้าที่ไปอบรมเรื่องการดูแลการคลอดและลูกอ่อนที่เมืองจีนด้วย รวมทั้งเร่งสร้างเครื่องทำหิมะเทียม ที่อยู่ระหว่างการขนมาทางเรือสินค้าจากสหรัฐอเมริกา
“ในครั้งนี้การผสมเทียมแพนด้าคู่นี้ถือว่ามีการเตรียมการค่อนข้างสมบูรณ์ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะการเก็บน้ำเชื้อจากช่วงช่วง ซึ่งมีปริมาณความเข้มข้นของตัวอสุจิมากกว่า 2,000 ล้านตัวต่อมิลลิลิตร ถือว่ามากกว่าแพนด้าหลายตัวในเมืองจีนที่เคยมีรายงานการวิจัยเอาไว้ด้วย จุดนี้เป็นการยืนยันว่าช่วงช่วงไม่ได้เป็นหมันอย่างแน่นอน เพียงแต่ในการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ และการผสมเทียมในระยะปี 50-51 ยังไม่ประสบความสำเร็จเพราะจังหวะในการผสมพันธุ์ของทั้งคู่ไม่พอดี เพราะหนึ่งปีโอกาสที่แพนด้าจะผสมกันเพียง 3 วันเท่านั้น” นายโสภณ กล่าว
นายโสภณกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาแพนด้าที่ถูกส่งไปเป็นทูตสันถวไมตรีในสวนสัตว์ของอเมริกา และญี่ปุ่น สามารถให้กำเนิดลูกแพนด้าได้แล้ว ยกเว้นออสเตรเลียและไทยเท่านั้น ทั้งนี้ ลูกแพนด้าที่เกิดมาเมื่ออายุครบ 4 ปีจะถูกส่งไปยังประเทศจีน ส่วนแพนด้าช่วงช่วง และหลินฮุ่ย ขณะนี้มาอยู่ในไทยแล้ว 5 ปี และตามกำหนดจะอยู่ในไทย 10 ปี เชื่อว่าเมื่อถึงช่วงเวลานั้นอาจจะขยายเวลาต่อไปอีกหากทั้งคู่สามารถให้กำเนิดลูกแพนด้าน้อยได้สำเร็จ เพราะแพนด้าคู่นี้สามารถเป็นจุดขายและทำรายได้ให้สวนสัตว์เชียงใหม่มากถึง 120 ล้านบาท ยังไม่รวมรายได้ในส่วนของธุรกิจโรงแรมและที่พักในเชียงใหม่ที่มีการประเมินว่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท



