ไลฟ์สไตล์

ซีวีที

ซีวีที

01 พ.ย. 2552

ระบบส่งกำลังในรถยนต์เริ่มกันจากเกียร์ธรรมดา (Manual Transmission) ตามด้วยเกียร์อัตโนมัติ (Automatic Transmission) เราใช้เกียร์หรือระบบส่งกำลังทั้งสองแบบกันมาเนิ่นนานจนเกิดความเคยชินกันไปแล้ว และยุคนี้ก็น่าจะเป็นยุคการเปลี่ยนแปลงของระบบส่งกำลังกัน อีกครั

 ที่บางคนอาจจะเรียกว่า เกียร์แปรผัน หรือเกียร์แบบ ลูกข่าง แรกเริ่มเดิมทีนั้นก็นำมาใช้หรือติดตั้งให้รถยนต์ขนาดเล็กๆ จำพวกซิตี้คาร์หรือซับคอมแพ็ก แล้วพัฒนากันต่อมาจนถึงรถเก๋งรุ่นหรูหราราคาแพงเครื่องใหญ่เครื่องแรงก็มีให้ใช้กันแล้วในวันนี้และเชื่อว่าอีกไม่นานนักเกียร์ออโตเมติก แบบที่เราใช้กันมานานก็คงจะหมดยุคสูญพันธุ์หายไปจากรถยนต์

ว่าที่จริงแล้วเกียร์ซีวีที ไม่ใช่เรื่องใหม่ต้นแบบของเกียร์ซีวีทีนั้นถูกร่างขึ้นเมื่อกว่า 500 ปีจากอัจฉริยบุคคลท่านหนึ่งของมนุษยชาติ ที่ชื่อว่า ลีโอนาโด้ ดาวินชี ร่างต้นแบบที่จะมาเป็นเกียร์ซีวีทีในปัจจุบัน เมื่อปี ค.ศ.1490 ต้นแบบนั้นสูญหายไปตามกาลเวลา ถูกค้นพบอีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ.1886 จนปลายปี ค.ศ.1950 โดยประมาณบริษัทดีเอเอฟ ผู้ผลิตรถยนต์ของเนเธอร์แลนด์ จึงนำต้นร่างนั้นมาพัฒนาเป็นระบบส่งกำลังในรถยนต์ของดีเอเอฟ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเกียร์แบบซีวีที ของดีเอเอฟไม่สามารถที่จะรองรับกับเครื่องยนต์ที่มีกำลังตั้งแต่ 100 แรงม้าขึ้นไป

เรื่องของซีวีทีจึงเงียบหายไปพักใหญ่ จนล่วงถึงปลายทศวรรษที่ 80 ต่อเนื่องถึงทศวรรษที่ 90 บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นคือ ซูบารุ ได้ปัดฝุ่นพัฒนาเกียร์ลูกข่างอีกครั้งและนำมาติดตั้งให้รถยนต์ของซูบารุนรุ่น Justy ซึ่งเป็นรถขนาดเล็กหรือมินิคาร์ ในขณะเดียวกัน ฮอนด้า ก็พัฒนาตามมาจนประสบความสำเร็จในปลายทศวรรษที่ 90 ฮอนด้านำเกียร์ซีวีทีเข้าติดตั้งกับรถขนาดที่ใหญ่ขึ้นแรงม้ามากขึ้นซึ่งก็คือ ฮอนด้า Civic HX และตั้งแต่นั้นมาระบบส่งกำลังแบบลูกข่างหรือซีวีทีก็ได้รับการสนใจพัฒนาจนนำมาติดตั้งให้รถยนต์หลายยี่ห้อหลากรุ่นโดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นเครื่องเล็กเครื่องใหญ่เครื่องแรงและเร็วแค่ไหน
เมื่อเริ่มใช้งานกันแรกๆ เกียร์ซีวีที ซึ่งมีหลักการทำงานง่ายๆ ใช้ลูกข่างสองลูกหันปลายชนกันตัวหนึ่งเป็นตัวขับโดยมีสายพานส่งกำลังจากตัวขับไปยังลูกข่างตัวตาม ลูกข่างทั้งตัวขับและตัวตาม(Input shaft &Out put shaft) นี้สามารถจะปรับขนาดให้เล็กลงหรือใหญ่ขึ้นได้ตามรอบเครื่องขนาดของลูกข่างที่ปรับได้นี้เองคือ การเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ตามความเร็วที่เกิดขึ้น ในยุคแรก (ต้นทศวรรษที่ 90) สายพานตัวรับและส่งกำลังยังเป็นจุดด้อยของเกียร์แบบนี้ แต่มาจนถึงปัจจุบันหลังจากที่ ออดี้ ได้พัฒนาสายพานขึ้นมาด้วยรูปแบบและวัสดุชนิดใหม่ จุดอ่อนของเกียร์ลูกข่างจึงดูเหมือนจะหมดไป

 รถที่ใช้เกียร์แบบซีวีที สำหรับผู้ใช้รถที่คุ้นเคยกับเกียร์อัตโนมัติแบบเก่าหรือแบบดั้งเดิมมาเป็นเวลานานแล้วเมื่อแรกขับเกียร์แบบนี้อาจจะมีความรู้สึกว่าการเปลี่ยนเกียร์แต่ละเกียร์นั้นมีความแปลกแยกออกไป เกียร์อาจจะเปลี่ยนต่อเนื่องราบเรียบเกินไปจนไม่รู้สึกถึงการสะดุดของรอยต่อระหว่างเกียร์แม้สังเกตที่มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ก็จะไม่เห็นการกระตุกกระชากของเข็มวัดจนนึกไปว่าเกียร์ยังไม่เปลี่ยน ต่อเมื่อดูจากมาตรวัดความเร็วหรือฟังเสียงจากเครื่องยนต์จึงรู้ได้ว่าเกียร์เปลี่ยนไปแล้ว ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นทั้งกับการเปลี่ยนขึ้นเปลี่ยนลง (Shift up-Shift down) การเปลี่ยนเกียร์ที่ไร้รอยต่อหรือไม่ต้องรอให้รอบเครื่องตีขึ้นไปรอจังหวะเกียร์นี้ส่งผลดีให้รถคันนั้นในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน และอัตราเร่งแซงที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใช้เกียร์ออโตมาก่อนเมื่อมาใช้เกียร์ซีวีที ก็จะไม่มีความรู้สึกแปลกแยก และการขับขี่ควบคุมบังคับก็สะดวกง่ายดาย ไม่ต้องฟังคำเขาว่าหรือใครว่าเกียร์แบบนี้จะเป็นอย่างโน้นจะเป็นอย่างนี้เวลาจะขับต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้ ผลักคันเกียร์เดินหน้า D ปลดเบรกมือปล่อยเท้าจากแป้นเบรกไปแตะที่คันเร่งเท่านั้นเกียร์ซีวีทีก็จะพาคุณไปถึงที่ที่คุณอยากไป การใช้งานให้สนุก การดูแลบำรุงรักษาที่ถูกต้อง อ่านจากหนังสือคู่มือประจำรถให้ขึ้นใจเท่านี้ก็พอแล้วสำหรับมือใหม่หรือมือเก๋าๆ ถ้าชำแหละหรือผ่าเกียร์ซีวีทีออกมาวางเปรียบเทียบกับเกียร์ออโตแบบเดิมๆ แล้วจะเห็นว่าเกียร์ซีวีที มีชิ้นส่วนที่น้อยกว่าขนาดของชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ซีวีทีก็จะมีขนาดที่เล็กกว่า ชิ้นส่วนที่น้อยชิ้นกว่า ขนาดก็เล็กกว่าทำให้เกียร์ซีวีทีมีขนาดโดยรวมทั้งลูกเล็กกว่าน้ำหนักเบากว่า และในสายตาของช่างแล้วจึงซ่อมง่ายกว่า จุกจิกน้อยกว่า รวมไปถึงความทนทานที่น่าจะยาวนานกว่า