ไลฟ์สไตล์

ตะลุยแท็รก กับเชลล์ แอดวานซ์  สนาม มาเลเซียน โมโต จีพี

ตะลุยแท็รก กับเชลล์ แอดวานซ์ สนาม มาเลเซียน โมโต จีพี

01 พ.ย. 2552

"เคซี่ สโตนเนอร์" นักแข่งออสซี่เบอร์ 27 ของทีมดูคาติ คอร์ส ก็คว้าชัยชนะในรายการ "เชลล์ แอดวานซ์ มาเลเซียน มอเตอร์ไซเคิล กรังซ์ ปรี 2009" มาครองได้สำเร็จ ในขณะที่ แชมป์โลกประจำปี ตกเป็นของ "วาเลนติโน่ รอสซี่"

 ชัยชนะของสโตนเนอร์ ถือว่า เป็นความสำเร็จของคู่พันธกิจระหว่าง "เชลล์กับจักรยานยนต์ ดูคาติ"  ด้วยปีนี้ครบรอบ 10 ปีที่ทั้งสองบริษัทจับมือพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง และเครื่องยนต์ควบคู่กันมาตั้งแต่ปี 1999 โดยเฉพาะอย่างยิ่งความท้าทายใหม่ที่สมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์นานาชาติ (Federation Internationale de Motocyclisme : FIM) กำหนดให้ใช้เครื่องยนต์ได้ไม่เกิน 5 เครื่องในการแข่งขัน 7 สนามสุดท้ายของโมโต จีพี ปี 2009 และให้ใช้น้ำมันจากเดิม 24 ลิตร มาเป็น 21 ลิตร ในการแข่งขันที่มีระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ยิ่งทำให้ทั้งคู่จับมือกันพัฒนาน้ำมันที่ให้ทั้งความแรง ประหยัดน้ำมัน และรักษาเครื่องยนต์ไปในตัว

 "เชลล์ แอดวานซ์ ประเทศไทย" เชิญสื่อมวลชนเข้าไปดูการทำงานของทีมนักแข่งดูคาติ คอร์ส ถึงริมสนามเซปัง เอฟ 1 เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ทีมงานหลายชีวิตดูขึงขังจริงจังมากกว่าเย็นวันก่อน ที่พวกเขารวมตัวกันแข่งโกลด์คาร์สด้วยท่าทางผ่อนคลาย สนุกรื่นเริง และเต็มไปด้วยความขี้เล่น เมื่อทีมนักแข่งรถจักรยานยนต์ระดับโลกอย่างโมโต จีพี เปลี่ยนจากคุมเครื่องและดูแลเรื่องเทคนิค หันมาจับพวงมาลัยของรถสี่ล้อเล็กในสนามแข่ง

 ภายในการาจหรือโรงรถของทีมดูคาติแบ่งออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน ด้านหลังติดกับแพดด็อก (Paddock) มีถังน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งอยู่เรียงราย พร้อมที่เติมขนาด 21 ลิตรพอดิบพอดี ถัดไปเป็นห้องอบยางแบ่งเป็นสองส่วน คือ ของ "เคซี่ สโตนเนอร์" และ "นิกกี้ เฮย์เดน" คู่บัดดี้ ยางที่แขวนอยู่บนราวสองชั้น เป็นยางสำหรับวิ่งถนนแห้งกับถนนเปียก หุ้มด้วยผ้าใบปรับอุณหภูมิ เพื่อให้อุณหภูมิยางเท่ากับอุณหภูมิของพื้นแทรก

 ต่อมาถือเป็นหัวใจของการาจและการแข่งขัน คือ ห้องเครื่องยนต์ มีรถจักรยานยนต์ดูคาติ เดสโมซีดีซี จีพี 9 (Ducati Desmosedici GP9) จอดอยู่ฝั่งซ้าย 2 คัน เบอร์ 27 ของสโตนเนอร์ และอีก 2 คันฝั่งขวาเบอร์ 69 ของนิกกี้ ในสภาพกึ่งเปลือย ตัวแฟริ่งถูกถอดออกมาล้างเช็ดทำความสะอาด เหลือเพียงเฟรมตัวถังกับเครื่องยนต์ ที่ถูกเช็กความพร้อมก่อนลงสนามซ้อมครั้งแรก ที่นี่เองคือศูนย์บัญชาการทั้งหมดของนักแข่งและทีม

 ด้วยกฎระเบียบการแข่งขันใหม่ของโมโต จีพี ทำให้เชลล์และดูคาติรวมถึงทุกๆ ทีมแข่งขันจำเป็นต้องพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับกับการแข่งขันอันแสนท้าทายนี้ สำหรับเชลล์แล้วได้ "ไมเคิล คนัค" หัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันหล่อลื่นและความร่วมมือทางเทคนิคระหว่างเชลล์กับดูคาติ เข้ามาทำหน้าที่นี้ บอกว่าเป้าหมายหลักของความร่วมมือกับดูคาติ คอร์ส คือ การทำให้เครื่องยนต์มีพลังสูงสุด ในขณะที่ใช้เชื้อเพลิงน้อยที่สุด ซึ่งจะเห็นได้จากกฎการแข่งขันเปลี่ยนไปทุกปี

 "เราต้องหาวิธีใช้น้ำมันให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด มิฉะนั้นน้ำมันอาจจะหมดระหว่างการแข่งขันรอบสุดท้าย การเพิ่มประสิทธิผลเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มพลังให้แก่รถ แต่หมายถึงการประหยัดน้ำมันด้วย" ไมเคิล กล่าว

 ในขณะที่ นิกกี้ เฮย์เดน ซึ่งคว้าอันดับ 5 จากรายการนี้ กล่าวเสริมถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า น้ำมันและน้ำมันเครื่องมีบทบาทต่อการแข่งขันมากขึ้นเรื่อยๆ การที่ใช้น้ำมันได้เพียง 21 ลิตร ทำให้เราต้องหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำมันให้เพียงพอต่อการวิ่ง และเพิ่มประสิทธิภาพของความเร็วให้ได้สูงสุด เพราะหลายครั้งในสนามนักแข่งน้ำมันหมดตอนวิ่งรอบท้ายๆ หรือวิ่งช้าลงเพื่อชดเชยน้ำมัน การเปลี่ยนแปลงกฏการแข่งขันทำให้เราต้องหาทางยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ได้สูงสุด ปีหน้าเราอาจจะใช้ได้แค่เพียง 6 เครื่องยนต์ตลอดการแข่งขัน นั่นยิ่งทำให้ความร่วมมือระหว่างเชลล์กับดูคาติสำคัญมากขึ้น เนื่องจากเราต้องใช้น้ำมันที่รักษาสภาพเครื่องยนต์ให้เหมาะแก่การแข่งขันได้อย่างดีที่สุด

 พร้อมกันนี้ ไมเคิล คนัค ยังกล่าวถึงการพัฒนาน้ำมันเครื่องตามแนวคิด "จากสนามแข่งสู่ท้องถนน"

 "ในสนามแข่งเราจะได้รับการทดสอบในสภาพที่แตกต่างออกไป เช่น ในสภาพความร้อนสูงสุดขีด อย่างในห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ (Combustion Chamber) การทำงานของแหวนลูกสูบ (Piston Ring) จะมีความร้อนสูงมาก นั่นคือสิ่งที่เราต้องจัดการกับมัน ด้วยการใช้น้ำมันชนิดพิเศษและเทคโนโลยีขั้นสูง แล้วดูว่าจะสามารถนำความรู้ที่ได้ใส่ลงไปในผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานประจำวันได้อย่างไร ดั้งนั้น เราจะมีการทดสอบน้ำมันเครื่องใน 2 สถานการณ์ คือ ทดสอบภาพสนามและการนำความเป็นเลิศที่ได้จากการแข่งขันมาใส่ในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค"

 แม้ปีนี้ทีมดูคาติจะพลาดหวัง แชมป์โลกตกไปอยู่ในมือของทีมยามาฮ่า เฟียส และวาเลนติโน่ รอสซี่ แม้จะเหลือการแข่งขันอีกหนึ่งสนามที่ประเทศสเปนก็ตามแต่ ทว่าตอนนี้พวกเขาก็เริ่มวางแผนถึงการแข่งขันในฤดูกาลหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว