
นาซ่าเปิดตัวจรวดอวกาศรุ่นใหม่ปูทางส่งคนไปดวงจันทร์
องค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐฯ หรือ NASA ประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบจรวดต้นแบบของจรวดอวกาศสำหรับอนาคต คือ จรวด"แอเรส วัน-เอ็กซ์"(Ares I-X) ความยาว 100 เมตร โดยส่งขึ้นจากเคป คานาเวอรัล ในรัฐฟลอริด้า
เมื่อเวลา 11.30 น.วันพุธตามเวลาท้องถิ่น ชิ้นส่วนท่อนบนของจรวดซึ่งเป็นของปลอมทั้งหมด ทยานขึ้นถึงระดับความสูง 45 กิโลเมตร ก่อนตกลงมหาสมุทรภายในเวลารวมเพียง 6 นาที
การส่งจรวดมีขึ้นหลังเลื่อนออกมาหนึ่งวันเพราะสภาพอากาศเลวร้าย และกำหนดการในวันพุธก็ล่าช้ากว่ากำหนด 3 ชั่วโมง หลังจากต้องทดสอบระบบจรวดเสียใหม่เพราะเกิดฟ้าผ่าในบริเวณรอบๆมากกว่า 150 ครั้งในช่วงคืนที่ผ่านมา และตามมาด้วยเมฆฝน
"แอเรส วัน-เอ็กซ์"นับเป็นจรวดขนาดยาวสุดที่เคยสร้างมา และนับเป็นก้าวแรกของแผนการส่งมนุษย์กลับไปดวงจันทร์ภายในปี 2563 แม้โครงการนี้จะยังถูกรัฐบาลใหม่ชะลอเอาไว้ก่อน ในระหว่างประเมินค่าใหม่ ซึ่งอาจจบลงด้วยการยกเลิกการใช้จรวดชนิดนี้ และหันไปใช้จรวดชนิดอื่น หรือเลือกจุดหมายปลายทางอื่นที่ไม่ใช่ดวงจันทร์
จรวดลูกนี้มีความสูงเป็นเท่าตัวจากยานขนส่งอวกาศ (Shuttle)ที่นาซ่าตั้งใจจะนำจรวดชนิดนี้มาใช้แทน เป็นจรวดทดลองรูปร่างผอมเพรียวรูปร่างเหมือนเข็มฉีดยา ไม่มีผู้โดยสารหรือน้ำหนักบรรทุก มีแต่บัลลาสต์ชนิดใช้แล้วทิ้ง กับเซ็นเซอร์กว่า 700 ตัว โดยมีค่าใช้จ่าย 445 ล้านดอลลาร์ ( ราว 15,575 ล้านบาท) ในการส่งยานทดลอง
จรวดลูกนี้เป็นต้นแบบของจรวดอาเรส วัน ออกแบบมาเพื่อใช้ส่งโมดุลรูปแคปซูลสำหรับนักบินอวกาศ ที่มีชื่อว่า"โอไรออน"(the Orion )เข้าไปในวงโคจรระดับต่ำของโลก สำหรับภารกิจในการเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS และดวงจันทร์หรือที่อื่นๆ และนับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปีที่มีการส่งจรวดชนิดใหม่ขึ้นจากศูนย์อวกาศเคนเนดี้
นาซ่ายืนยันว่า แอเรส 1 จะพร้อมบรรทุกนักบินอวกาศไปยัง ISS ภายในปี 2558 นาน 4-5 ปีหลังเลิกใช้งานยานขนส่งอวกาศ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุในรายงานถึงประธานาธิบดีบารัค โอบาม่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า น่าจะเป็นหลังปี 2560 ส่วนการไปดวงจันทร์ก็อีกหลายปีหลังจากนั้น และเน้นว่าโครงการได้เงินสนับสนุนต่ำเกินไป



