ไลฟ์สไตล์

ไม่อยากเสียเงินแสน

ไม่อยากเสียเงินแสน

30 ต.ค. 2552

ผมได้เช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าแจ๊สกับบริษัท ฮอนด้า ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ผมได้ผ่อนชำระมาโดยตลอด แต่เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ ผมไม่ได้ส่งชำระค่างวดรถยนต์รวม 6 งวด

ทางฮอนด้าลิสซิ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยึดรถยนต์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2552 และได้มีหนังสือแจ้งผมว่า หากไม่ติดต่อไปยังบริษัทภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2552 จะนำรถยนต์ของผมออกขายทอดตลาด ซึ่งหากขายไม่ได้ตามจำนวนราคารถ ผมต้องรับผิดชอบในส่วนที่เหลือ
 วันที่ 7 ตุลาคม 2552 ผมได้นำเงินค่างวดรถยนต์ที่ค้างอยู่และค่าติดตาม 4 หมื่นบาทเศษ เพื่อไปชำระที่บริษัทในกรุงเทพฯ แต่ได้รับแจ้งจากพนักงานว่า ไม่อนุมัติให้ผมผ่อนชำระต่อ จะต้องนำรถออกขายทอดตลาดหรือต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของใหม่ ผมจึงแจ้งพนักงานว่า จะขอโอนกรรมสิทธิ์เจ้าของรถยนต์ อย่าเพิ่งนำรถออกขายทอดตลาด ขอเวลา 2-3 วันก่อน
 ต่อมาวันที่ 12 ตุลาคม 2552 น้องสาวผมผู้จะรับโอนกรรมสิทธิ์ ได้ติดต่อไปยังบริษัทจะนำเงินค่างวดรถยนต์ที่ค้างไปชำระและดำเนินการเรื่องรับโอนกรรมสิทธิ์เพื่อขอผ่อนชำระรถยนต์ต่อจากผม ทางบริษัทแจ้งว่า ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์จะต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกประมาณ 4 หมื่นบาทเศษ เป็นค่าทำประกัน ค่ารักษาทะเบียน ซึ่งในส่วนของยอดเงินจำนวนนี้ ผมต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากขอยืมชื่อน้องสาวเพื่อโอนกรรมสิทธิ์เท่านั้น
 รวมยอดเงินทั้งหมดแล้ว ผมต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นประมาณ 9 หมื่นบาทเศษ ทำให้ผมและครอบครัวต้องประสบปัญหาเดือดร้อนมาก ผมต้องหาเงินเกือบ 1 แสนเพื่อจะได้รถคืน ซึ่งเงินก้อนแรกที่จ่ายไปนั้นผมก็ไปกู้เขามา
 อยากทราบว่า จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ และบริษัทมีสิทธิหรืออำนาจในการไม่ให้ผมผ่อนชำระต่อหรือไม่
สุวัฒน์ 
ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ รศ.ณัฐพงศ์ โปษกะบุตร ผอ.บัณฑิตศึกษา คณะนิติศาสตร์ แนะนำว่า สัญญาเช่าซื้อรถยนต์เป็นสัญญาผูกพันผู้ให้เช่าซื้อหรือบริษัทไฟแนนซ์กับผู้เช่าซื้อ ซึ่งก็คือคุณนั่นเอง กรรมสิทธิ์ในรถยนต์เป็นของบริษัทไฟแนนซ์ ส่วนคุณเป็นเพียงผู้ครอบครองรถ โดยในสัญญาจะระบุรายละเอียดต่างๆ ทั้งในเรื่องการผิดนัดชำระ ค่าปรับ การยึด และขายทอดตลาด
 จากข้อมูลที่คุณให้มา คุณได้ไปติดต่อภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2552 ซึ่งเป็นวันที่บริษัทติดตามหนี้แจ้งให้คุณไปติดต่อ ถือว่าอยู่ภายในกำหนดที่บริษัทติดตามหนี้ระบุไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้จากคุณ
 ดังนั้น ทางที่ดีคุณควรทำจดหมายลงทะเบียน ส่งถึงกรรมการผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจของบริษัทที่ระบุไว้ในจดหมายที่ส่งถึงคุณ แจ้งรายละเอียดให้ชัดเจนถึงการที่คุณได้ไปติดต่อภายในกำหนดแล้ว แต่ถูกปฏิเสธการชำระหนี้ และยืนยันให้บริษัทรับชำระหนี้จากคุณ รวมทั้งให้บริษัทระงับการขายทอดตลาดรถยนต์ของคุณโดยทันที
 ส่วนเรื่องของการโอนกรรมสิทธิ์ แนะนำว่าให้คุณรอการตอบกลับจากบริษัทติดตามหนี้ก่อน แต่เพื่อความสบายใจของคุณก็ติดต่อทนายความเอาไว้ เผื่อกรณีที่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับรถยนต์ของคุณ คุณจะได้ฟ้องร้องกับบริษัทติดตามหนี้ได้
 ด้าน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชี้แจงว่า โดยปกติทั่วไปเมื่อลูกค้าค้างชำระเป็นเวลา 3 เดือน ทางบริษัทให้เช่าซื้อรถยนต์จะออกจดหมายทวงถามและบอกยกเลิกสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งหากลูกค้าต้องการที่จะรักษาความเป็นเจ้าของเดิมจะต้องชำระค่างวดที่ค้างภายใน 30 วัน และถ้าไม่ชำระลูกค้าจะต้องนำส่งรถยนต์คืนโดยทันที เมื่อลูกค้าไม่ได้นำส่งรถยนต์คืนให้บริษัทให้เช่าซื้อรถยนต์ตามที่ได้แจ้งไว้ บริษัทให้เช่าซื้อรถยนต์จะต้องว่าจ้างบริษัทอื่นติดตามจนกระทั่งได้รถยนต์คืน ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลูกค้าต้องรับผิดชอบ หลังจากนั้นบริษัทให้เช่าซื้อรถยนต์จะนำรถยนต์ที่ได้คืนมาขายทอดตลาดโดยการประมูล
 กรณีนี้บริษัท ฮอนด้า ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้ผ่อนปรนโดยปล่อยให้ลูกค้าค้างชำระนานกว่า 4 เดือน และไม่ได้นำรถที่คืนมาขายทอดตลาดในทันทีแต่ยังคงให้สิทธิแก่ลูกค้าในการซื้อคืนได้โดยการปิดบัญชีเท่านั้น ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามปกติของบริษัทให้เช่าซื้อรถยนต์ทั่วไป มิใช่การจ่ายค่างวดที่ค้างและผ่อนต่อได้ตามที่ลูกค้าเข้าใจ
 สำหรับกรณีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งลูกค้าจะต้องรับผิดชอบ ได้แก่ ค่าเบี้ยปรับการชำระค่างวดล่าช้า ค่าติดตามและดำเนินการเพื่อให้ได้รถคืน ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าประกันภัยรถยนต์ ในกรณีที่รถยนต์ของลูกค้าอาจจะขาดอายุไปในระหว่างที่ลูกค้าขาดการชำระ และภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์
ลุงแจ่ม