ไลฟ์สไตล์

ก้าวต่อก้าว...สถาบันโขนไทย

ก้าวต่อก้าว...สถาบันโขนไทย

29 ต.ค. 2552

"โขน" ศิลปะชั้นสูงแห่งราชสำนักที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นจุดกำเนิดแห่งความเชื่อ ความศรัทธาทางศาสนา เป็นนาฏกรรมเพื่อการสรรเสริญ เทิดทูนบูชา และแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ อันเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นชาติ ซึ่งบรรพบุรุษได้จรรโ

 ที่ผ่านมา ประชาชนรู้จัก "โขน" ในฐานะศิลปะชั้นสูง การแสดงแต่ละครั้งก็จำกัดเฉพาะเพียงแค่ในรั้วในวังเท่านั้น จึงเป็นเรื่องไกลตัว ต่างจากศิลปะประเภทลิเก หรือละครชาตรี ส่งผลให้การแสดงโขนเกือบจะสูญหายไปจากความทรงจำของประชาชนทั่วไป จนเมื่อวันที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชเสาวนีย์แก่ปวงชนชาวไทย เกี่ยวกับการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน การอนุรักษ์ และการสืบทอดศิลปะการแสดงโขน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้จัดตั้ง "สถาบันโขนแห่งชาติ" ขึ้น

 ภายในบริเวณบัณฑิตราชศิลป์ หรือ วิทยาลัยนาฏศิลป์เดิม จึงถูกกำหนดให้เป็นที่ตั้งของ "สถาบันโขนแห่งชาติ" เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับศิลปะการแสดงโขน เครื่องแต่งกายโขน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงโขน ฯลฯ สู่เยาวชนและประชาชนทั่วไปให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยมี ดร.ไพโรจน์ ทองคำสุก หรือ อาจารย์โหน่ง ผู้มีประสบการณ์ในบท "หนุมาน" ยาวนานกว่า 20 ปี อีกทั้งยังทำงานด้านวิจัยต่างๆ เข้ามารับหน้าเสื่อเป็น หัวหน้าสถาบันโขนแห่งชาติ ร่วมกับคณะอนุกรรมการอีกเกือบ 50 คน ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญจากสำนักงานสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

 ในฐานะหัวหน้าคณะสถาบันโขนแห่งชาติ ดร.ไพโรจน์ เล่าถึงความคืบหน้าในจัดตั้งสถาบันโขนฯ ว่ากำลังอยู่ในช่วงบ่มความรู้ปูพื้นฐานให้แข็งแรงมากพอ เพื่อนำเอาการแสดงโขนเข้าไปสู่สายตาบุคคลทั่วๆ ไป ซึ่งภายในสถาบันแห่งนี้จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนต่างๆ ได้แก่ พื้นที่จัดเก็บเครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์โขน ผ่านรูปแบบนิทรรศการถาวร พื้นที่นิทรรศการชั่วคราวด้วยจะนำเอาเรื่องราวของโขน มาผลัดเปลี่ยนหมนุเวียนจัดแสดง นอกจากนี้ก็ยังแบ่งพื้นที่บางส่วนสำหรับไว้ใช้ให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาในรูปแบบต่างๆ อาทิ หนังสือโขนเรื่องรามเกียรติ์ เอกสารสื่อโสตทัศนูปการ โดยจะพัฒนาการจัดเก็บผ่านระบบไอทีผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบ

 "สำหรับการจัดนิทรรศการทั้งสองส่วนเราจะเน้นการนำเสนอผ่านองค์ความรู้เชิงลึกอย่างละเอียด นับตั้งแต่ขั้นตอนการทำประดิษฐ์หัวโขน การตัดเย็บเครื่องแต่งกาย การแต่งหน้าโขนในแต่ละยุคสมัย การแสดงท่าทางอันเป็นเอกลักษณ์ของโขนแต่ละตัว รวมถึงขั้นตอนการประกอบฉาก ในขณะที่นิทรรศการหมุนเวียนนั้นก็จะเน้นที่ผู้เข้าชมสามารถจับต้องได้" หัวหน้าสถาบันโขนแห่งชาติกล่าว

 นอกเหนือจากสื่อต่างๆ ที่กำลังจะจัดขึ้นภายในสถาบันฯ แล้ว ที่ผ่านมาสำนักงานสังคีตยังได้ปูพื้นฐานให้เยาวชนรวมถึงประชาชนทั่วไปได้รู้จักและใกล้ชิดการแสดงโขนมากยิ่งๆ ขึ้น โดยเฉพาะในสถานศึกษา ชุมชน หรือแม้แต่ อบต. ด้วยการจัดทำโครงการ "โขนสัญจร 4 ภาค" ได้แก่ ภาคกลางจังหวัดสุพรรณบุรี  ภาคใต้จังหวัดนครศรีธรรมราช  ภาคเหนือจังหวัดสุโขทัย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จน่าพอใจ

 เพื่อให้ศิลปะการแสดงโขนเผยแพร่สู่สายตาประชาชนมากยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของโครงการ "เผยแพร่โขนผ่านสื่อโทรทัศน์" ตั้งแต่ต้นจนจบจำนวน 50 ตอน เป็นประจำทุกวันอาทิตย์ เวลาตั้งแต่ 22.00-22.30 น.

 เกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ดร.ไพโรจน์ หนึ่งในคณะอนุกรรมการผู้รับผิดชอบโครงการ เล่าให้ฟังว่า การจัดแสดงโขนผ่านทางสื่อทีวีจะเริ่มต้นตอนแรกในวันอาทิตย์แรกของเดือนมกราคม 2553 เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่พี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ส่วนเหตุผลที่เลือกช่วงเวลานี้ เพื่ออยากให้วัยรุ่นที่ชอบดูละครช่วงค่ำสามารถดูโขนได้โดยที่เวลาไม่ชนกัน ซึ่งโขนทั้ง 50 ตอนนี้นอกจากจะช่วยให้คนดูรู้จักโขนแล้วยังช่วยให้เข้าใจเรื่องราวของรามเกียรติ์ได้มากขึ้นอีกด้วย และที่สำคัญในอนาคตยังจะต่อยอดด้วยการมอบสื่อวีดิทัศน์ให้แก่โรงเรียนต่างๆ เพื่อเผยแพร่อีกด้วย

 "ส่วนรายละเอียดในการจัดแสดงตลอดช่วงระยะเวลา 30 นาที จะเริ่มต้นด้วยพิธีเกริ่นเล่าเรื่องเป็นการนำร่องให้รู้จักตัวแสดงก่อน จากนั้นจึงเป็นช่วงรายละเอียดของเนื้อหาในแต่ละตอน ในขณะที่ครั้งต่อๆ ไป ก่อนที่จะเริ่มต้นแสดงพิธีการจะเชื่อมเรื่องจากครั้งที่แล้ว ต่อด้วยการเล่าเรื่อง และเข้าสู่การแสดง จึงไม่น่าเป็นห่วงสำหรับผู้ที่พลาดชมช่วงตอนใดตอนหนึ่ง หรือไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะทำเป็นคลิปการแสดงไว้บนเว็บไซต์ให้ติดตามดูย้อนหลังเหมือนดังละครทั่วๆ ไป" อาจารย์โหน่งอธิบายคร่าวๆ

 ทั้งนี้ กรมศิลปากรยังมีอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับประชาชนที่ชื่นชอบในศิลปะไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 3-7 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ โดยการเปิดโรงละครแห่งชาติเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เพื่อจัดแสดงต่างๆ และโขนก็เป็นหนึ่งในรายการนี้ด้วย