
สอน"อังกฤษ"ให้สื่อสารได้เลิกแกรมม่า-เน้น 4 ใจ
สอน"อังกฤษ"ให้สื่อสารได้เลิกแกรมม่า-เน้น 4 ใจ : รายงาน โดย... ชุลีพร อร่ามเนตร [email protected]
“ครูที่ดี ไม่ใช่สอนวิชาอย่างเดียวแต่ต้องเปลี่ยนสังคม โดยเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำของคน”
“ทำไมเด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัยแต่ก็ยังไม่สามารถสื่อสารได้ ??” คำถามยอดฮิตในแวดวงการศึกษาที่เกิดขึ้นทุกครั้ง เมื่อกล่าวถึงการจัดการเรียนการสอน ศักยภาพด้านภาษาอังกฤษของเด็กไทย ที่ไม่ว่าจะปรับหลักสูตร วิธีการเรียนการสอน หรือดึงครูต่างชาติสู่โรงเรียน สุดท้ายผลการเรียนภาษาดีขึ้นแต่ก็ยังสื่อสาร พูดภาษาอังกฤษไม่ได้
ครูต้องปลุกยักษ์ในตัวเด็ก
คริสโตเฟอร์ ไรท์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ ที่ได้ร่วมกิจกรรม เยาวชน English for Life ในหัวข้อ “ภาษาอังกฤษกับชีวิตประจำวัน” หนึ่งในกิจกรรม “ทักษะชีวิตเพื่อพระดาบส” กิจกรรมส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เยาวชน ภายใต้ UOB Heartbeat โครงการความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่มธนาคารยูโอบี ที่มุ่งเน้นใน 3 ด้านคือ ศิลปะ (Art) การศึกษา (Education) และเยาวชน (Children) กล่าวว่า ครูที่ดี ไม่ใช่สอนวิชาอย่างเดียว แต่ต้องเปลี่ยนสังคม โดยการไปเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำของคน การมาสอนน้องๆ ในโรงเรียนพระดาบส ทำให้ได้รับความรู้ ความบันเทิงผ่านสื่อการสอน อย่างเกม กิจกรรมต่างๆ และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้คนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ซึ่งเด็กที่นี้บางคนอาจจะรู้สึกว่าชีวิตด้อยกว่าคนอื่น และบางคนอาจรู้สึกว่าอยู่ในที่สบาย ปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครอยู่ในโรงเรียนได้ตลอด
“การสอนภาษาอังกฤษของครู จึงเป็นเสมือนการปลุกยักษ์ วิธีการสอนจึงต้องสนุกและดุดัน เพราะการเรียนภาษาอังกฤษต้องฝึกไปเรื่อยๆ ต้องกระตุ้นให้คนตื่น ซึ่ง 80% ที่ได้เรียนรู้อาจจะเป็นลักษณะไฟไหม้ฟาง เรียนเสร็จก็จบไป แต่เชื่อว่ามีอีก 20% ผมได้เชื่อมต่อกับยักษ์แล้ว การเป็นครูถ้าได้เปลี่ยนเด็กเพียง 10% ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว อีกทั้งการจะพยายามผลักแพให้ออกจากน้ำ ยิ่งแพมีอายุมากเท่าใดยิ่งต้องใช้พลังมหาศาล การเรียนการสอนจึงเป็นการผสมผสานระหว่างการเล่นเกม การเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้เกิดความสนุก เพราะครูที่ดีต้องสามารถ ทำให้ได้ 4 ใจจากนักเรียน คือ เด็กต้องเกิดความสนใจ, ประทับใจโดยดูได้จากเสียงหัวเราะรอยยิ้ม, แจ้งข้อมูลให้ทราบ ให้ความรู้ที่แท้จริง และทำให้เกิดแรงบันดาลใจ” คริสโตเฟอร์ กล่าว
เลิกแกรมม่าพูดอังกฤษได้
คริสโตเฟอร์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา แต่มีคนที่มีรายได้น้อยกับความรู้น้อยมากเกินไป ประเทศต้องมีคนที่มีความรู้ และมีรายได้เยอะกว่านี้ เพื่อให้การพัฒนาประเทศดำเนินการได้ดีขึ้น ซึ่งการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่ทำให้ทุกคนสื่อสารได้ เพื่อนำไปสู่การสร้างโอกาสทางการทำงาน ธุรกิจ หรือในทุกเรื่องนั้น ต้องไม่เรียนกฎ หรือไวยากรณ์ แกรมม่า เพราะการพัฒนาสมองของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน มีบางกลุ่มเท่านั้นที่ชอบเรียนหลักการ ชอบการเรียนรู้ความเป็นมาเป็นไป และนั่นก็ไม่ถึง 50% คนส่วนใหญ่ ธรรมชาติมนุษย์ เรื่องภาษา ต้องฝึกฟัง พูด อ่าน เขียน และค่อยมาเรียนแกรมม่า แต่ประเทศไทยเรียนแกรมม่ามาตั้งแต่เด็ก
“การเรียนภาษาอังกฤษของเด็กต่างชาติ เรียนแกรมม่าหลังอายุ 10 ขวบ โดยก่อน 10 ขวบ จะเป็นการเลียนแบบภาษาจากมนุษย์ หรือพ่อแม่ และสื่อ สิ่งแวดล้อมรอบตัว เขาก๊อบปี้โดยไม่รู้ตัว และไม่ได้มาวิเคราะห์ว่าประธาน กริยา กรรม คืออะไร แต่เขาเรียนรู้และลอกเลียนแบบเลย เมื่อพูดได้ เขาก็จะไปเรียนรูปแบบประโยคได้ การเรียนการสอนภาษาอังกฤษของเด็กไทยเรียนไวยากรณ์เยอะ และไม่รู้จักการเลียนแบบ เรียนรู้จากสื่อรอบๆ ตัว” คริสโตเฟอร์ กล่าว
เลือกเรียนอังกฤษ2สาย
คริสโตเฟอร์ กล่าวอีกว่า ภาษาอังกฤษควรแบ่งการเรียนเป็น 2 สาย คือ สายปฏิบัติ และสายทฤษฎี โดยให้เด็กเลือกว่าเรียนเพื่อใช้อะไร ต้องการพูด สื่อสารได้ หรือเพียงสอบให้ได้คะแนนดีๆ ซึ่งการเรียนภาษาอังกฤษของระบบการศึกษาไทย เน้นให้สามารถจำได้ และท่องได้ เก่งทฤษฎี แต่ทุกคนไม่ใช้หูและปากให้เกิดการพูด การเลียนแบบ ตอนนี้ถึงบางโรงเรียนจะมีครูต่างชาติมาสอนร่วมกับครูไทย ซึ่งครูไทยสอนไวยากรณ์ ครูต่างชาติสอนพูด แต่พบว่าครูไม่ได้เชื่อมโยงกัน ทำให้เด็กเกิดความสับสนว่าจะเอาอย่างไรกันแน่
"อยากเปลี่ยนผลลัพธ์ทางการศึกษา ต้องเปลี่ยนการกระทำ ซึ่งการที่ระบบการศึกษาส่งเสริมให้เด็กใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น และภาคเอกชนก็เข้ามาช่วยสนับสนุนเด็ก อย่าง ยูโอบี แต่ก็อาจไม่เพียงพอ ดังนั้น อยากให้มีการขยายผลการเรียนรู้ภาษาไปทุกที่ และระบบการศึกษา ภาครัฐ เอกชนต้องช่วยทำให้เด็กได้ทำงานที่ตนเองมีความเก่ง และมีความชอบ ซึ่งหากพวกเขาได้ทำงานในสิ่งที่ชอบ มีความเก่ง และมีทักษะภาษาอังกฤษ จะสามารถแข่งขันเข้าสู่ระดับโลกได้อย่างแน่นอน แต่ขณะนี้ คนทำงาน เด็กไทยภาษาอังกฤษก็ยังห่วย องค์ความรู้ไม่เข้ากับตนเอง และอัธยาศัยไม่ดี ทำให้เกิดปัญหา ขณะเดียวกันพนักงานออฟฟิศ ถ้าทำงานไม่ถูกกับสมอง ไม่มีงานอดิเรกที่ทำให้คิดให้ทำ ไม่ออกจากสิ่งที่ตัวเองเป็น ชีวิตถ้าไม่โตก็ตายแน่นอน” คริสโตเฟอร์ กล่าว
ขณะนี้ สิ่งที่ “อ.คริสโตเฟอร์” กำลังทำ คือ สู้กับกระแสของประเทศไทยทำไมต้องเรียนวิทย์ คณิต ทำไมต้องกวดวิชา ทำไมไม่ช่วยให้เด็กค้นหาพลังงาน ศักยภาพ ความถนัดของเขา และส่งเสริม บ้านเราสอนให้เด็กเป็น put the right man on the right job แต่ในต่างชาติจะสอนให้เด็กเขาเป็น put the right thing in the right place จับเด็กให้ถูกทาง ซึ่งการคิดแบบบ้านเราอาจช้าเกินไป
อยากให้ส่งเสริมทักษะชีวิต
โอภาส เร่งผลดี อายุ 22 ปี หนึ่งในนักเรียนโรงเรียนพระดาบส กล่าวว่า กิจกรรมที่ทางยูโอบีจัดขึ้นมีประโยชน์และเหมาะสมกับเด็กอย่างมาก เพราะทุกกิจกรรมทำให้ได้องค์ความรู้ ทักษะเพิ่มเติมที่สามารถนำไปต่อยอดในการทำธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนถ่ายรูป หรือภาษาอังกฤษ
“การเรียนภาษาอังกฤษกับครูคริส ทำให้เข้าใจบทเรียน และมีทักษะชีวิตมากขึ้น เพราะการสอนแบบสนุก มีความสุข ไม่เครียด เป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการ เอนเตอร์เทนนักเรียนให้มีส่วนร่วม เกิดการเรียนรู้แบบไม่น่าเบื่อ และอยากเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ” นายโอภาส กล่าว
เช่นเดียวกับ ธีระชัย แสงศิริ อายุ 23 ปี นักเรียนโรงเรียนพระดาบส กล่าวว่า เลือกเข้าร่วมกิจกรรมการออมและการลงทุน เพราะครอบครัวทำประมง ยังขาดความรู้เกี่ยวกับการลงทุน การบริหารจัดการต่างๆ เมื่อได้เรียนรู้ทำให้รู้จักการประเมินสถานการณ์ การวางแผน จัดการปัญหา ซึ่งการลงทุน การออมมีผลต่อการใช้ชีวิต ทุกคนต้องเรียนรู้และรู้จักวางแผนการออมการลงทุนของตนเอง ดังนั้น อยากให้ภาครัฐ และเอกชนเข้ามาจัดกิจกรรมทักษะชีวิตแก่เด็ก



