ไลฟ์สไตล์

สธ.สั่งประชุมสสจ.ทั่วประเทศรับมือหวัด2009

สธ.สั่งประชุมสสจ.ทั่วประเทศรับมือหวัด2009

27 ต.ค. 2552

สธ. สั่งประชุม สสจ. ทั่วประเทศพรุ่งนี้ รับมือ “ หวัด 2009” ระลอกใหม่ หลังสหรัฐฯ – ยุโรป ระบาดหนัก สั่งจับตาใน 2-3 สัปดาห์หลังจากนี้ คาดการแพร่ระบาดเพิ่ม เหตุเด็กเปิดเทอม - ลอยกระทง แถมเข้าสู่ฤดูหนาวเชื้ออยู่ได้นาน ขณะที่ อภ. เผย วัคซีนเชื้อเป็นคืบหน้า

 ที่กระทรวงสาธารณสุข – เมื่อเวลา 8.30 น.วันที่ 27 ต.ค. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.มงคล ณ สงขลา ประธานคณะอนุกรรมการสนับสนุนป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ   นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศ พร้อมด้วยการวางมาตรการในรับมือ ภายหลังจากที่สหรัฐฯ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขทั่วประเทศ   หลังพบไข้หวัด 2009 กลับมาระบาดอีกครั้ง  

 นายวิทยา กล่าวว่า ตามที่มีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในทวีปยุโรปและอเมริกานั้น ประเทศไทยไม่ประมาท ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยในวันที่ 28 ต.ค จะมีการประชุมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ทั่วประเทศ โดยจะกำชับ นพ.สสจ. ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ให้เฝ้าระวังและป้องกันโรค เพราะช่วงนี้เข้าสู่การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี และโรคไข้หวัดนก ดังนั้นการป้องกันโรคได้ดีที่สุด คือ การรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนตระหนักและป้องกันตัวเอง

 นพ.มงคล กล่าวว่า การระบาดของโรคไข้หวัด 2009 กลับมาเพิ่มสูงขึ้นในแถบเอเชีย ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า ไข้หวัด 2009 พร้อมที่จะระบาดใหญ่ได้อีกครั้งในทุกประเทศ ดังนั้นจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดรุนแรงเช่นเดียวกับในช่วงแรกเริ่มที่เม็กซิโก และจนถึงขณะนี้ในการเตรียมความพร้อมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ลดมาตรการในการป้องกันและควบคุมลง นอกจากนี้ยังต้องช่วยกันเร่งให้ข้อมูลข่าวสารและขอให้ประชาชนช่วยกันปฏิบัติในการดูแลสุขภาพและป้องกันตนเอง เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ที่เป็นวัคซีนที่ดีที่สุดในการป้องกันโรค  

 นพ.ภาสกร อัครเสวี ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดหวัด 2009 ทั่วโลก ทางกรมควบคุมโรคได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นชัดเจนในประเทศสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีประเทศคิวบา โคลัมเบีย เอวซาวาดอร์ ที่พบผู้ป่วยเพิ่ม เช่นเดียวกับประเทศในกลุ่มบ้านเราอย่างกัมพูชาและจีน อีกทั้งยังพบผู้ป่วยในประเทศที่ไม่เคยพบมาก่อน เช่น ประเทศมองโกเลีย เป็นการย้ำว่าขณะนี้เริ่มเข้าสู่การแพร่ระบาดแล้ว อย่างไรก็ตามขอชี้แจงว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินของสหรัฐฯ นั้น เป็นเพียงการวางมาตรการเตรียมรับมือการแพร่ระบาดล่วงหน้า ทำให้รัฐบาลกลางสามารถเข้ามีส่วนร่วมกับรัฐท้องถิ่นในการจัดการโรคได้ ทั้งในเรื่องของการรักษา ยา เป็นต้น

 นพ.ภาสกร กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ระบาดในประเทศไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา   ไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ระหว่างวันที่ 18-24 ต.ค. พบผู้ป่วย 243 คน รวมประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันทั้งสิ้น   28 , 300 ราย   เสียชีวิต 182 คน ทั้งนี้จากการติดตามพบว่า 41 จังหวัดที่ยังมีการระบาด มีแนวโน้มผู้ป่วยลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่มี 1 จังหวัด คือ ขอนแก่นที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง คือ มีตัวเลขผู้ป่วยขึ้น ๆ ลง ๆ ส่วนในการเฝ้าระวังโรคได้มีการเก็บตัวอย่างผู้มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ใน 14 รพ. ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในอย่างละ 10 คน พบว่า ผู้ป่วยมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ โดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นหวัด 2009 แต่ก็ตรวจพบหวัดใหญ่ตามฤดูกาล คือ เอช 3 เอ็น 2 แทรกเข้ามาประมาณ 1.5-2 %

 นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า 2-3 สัปดาห์ต่อจากนี้ไปต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะมี 3 ปัจจัย คือ 1.เด็กนักเรียนกว่า 12 ล้านคนเปิดเทอม 2.เป็นช่วงเทศกาลลอยกระทง และเทศกาลประจำปี 3.อากาศเริ่มหนาวเย็น เชื้อไวรัสจากผู้ป่วยอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานขึ้น   อย่างไรก็ตามมาตรการป้องกันนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทยนั้นคงจะประสานกับทางบริษัททัวร์ หรือ โรงแรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวังกรณีพบผู้ป่วยต่อไป ทั้งนี้คงไม่ใช่มาตรการที่ด่านเฝ้าระวังเพราะที่ผ่านมาไม่ได้ผล

 นพ.คำนวณ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดในประเทศในช่วงที่ผ่านมา พบว่า เดือนกรกฎาคมเป็นช่วงการแพร่ระบาดมากที่สุด โดยคาดว่ามีผู้ติดเชื้อถึง 4 ล้านคน และหลังจากนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ซึ่งเดือนตุลาคมมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอยู่ที่ 1 ล้านคน ดังนั้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคหวัด 2009 ในช่วงหลังจากนี้ คือ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม คาดว่าจะต้องมีผู้ติดเชื้อเพิ่มในแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน ซึ่ง 70% จะไม่มีอาการป่วย 30% จะมีอาการป่วย และในจำนวนนี้ 20% จะต้องมาโรงพยาบาล ดังนั้นจำเป็นที่ต้องเร่งสื่อสารให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกัน

 นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า วัคซีนเชื้อตายล็อตแรก 1 ล้านโดสจะเข้ามาถึงประเทศไทยประมาณ สัปดาห์สุดท้ายเดือนธันวาคม ส่วนอีก 1 ล้านโดส จะมาถึงประมาณกลางเดือนมกราคมปีหน้า ส่วนการผลิตวัคซีนเชื้อเป็นของไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบความคงตัวของวัคซีนในสูตรต่างๆ จาก 4 สูตร คัดเหลือ 2 สูตร และจะคัดในเย็นวันนี้ว่า สูตรใดที่มีความคงตัวในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิจัดเก็บในระหว่างการส่งมอบไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ และผลการทดสอบการพ่นวัคซีนเข้าจมูกในอุณหภูมิที่วัคซีนจะคงตัวได้ ทั้งในระดับ 25 องศาเซลเซียส และ 32 องศาเซลเซียส และจะส่งมอบให้คณะทดสอบในอาสาสมัครทดลองวัคซีนเพื่อดำเนินการต่อไป คาดว่าจะเริ่มได้ในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้