
ครอบครองปรปักษ์
ดิฉันมีเรื่องร้อนใจอยากทราบค่ะ แม่ของดิฉันมีน้องชายซึ่งมียศเป็นนายทหาร ส่วนแม่ไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะทำงานส่งน้องเรียน ก่อนยายตายได้ให้ที่ดินกับน้องชายของแม่ไว้แปลงหนึ่ง
ซึ่งน้องชายของแม่ก็บอกว่าไม่อยากได้ เพราะแม่เป็นคนส่งเสียให้เรียนพร้อมกับให้แม่ไปทำกิน ปลูกไร่ ปลูกสวนตามสบาย แต่เป็นการพูดคุยกันแบบปากเปล่า
จนเวลาผ่านไป แม่ของดิฉันเสียชีวิตพ่อก็ยังคงดูแลที่ดินแปลงนั้นต่อมา มีสวน มีผลไม้มากมายหลายอย่าง ดูแลสวนนี้มาเกือบ 30 ปี ปรากฏว่า น้าชาย ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมาบอกพ่อว่าจะเอาที่ดินคืน เขาจะกลับมาอยู่บ้านเกิดตอนปลดเกษียณราชการ และจะมาปลูกบ้านอยู่บนที่ดินผืนนี้
ตอนนี้พ่อดิฉันเครียดมาก อยากทราบว่า กรณีนี้พ่อของดิฉันจะยังทำสวนบนที่ดินผืนนี้ได้หรือไม่คะ เพราะลงทุนลงแรงไปเยอะ พ่อของดิฉันดูแลและอยู่มานานขนาดนี้ มีสิทธิที่จะได้สวนมาเป็นของพ่อไหมคะ ถ้าน้าชายมาปลูกบ้านก็คงต้องโค่นต้นไม้ ผลไม้ทิ้งทั้งหมด เพราะเขาบอกว่าไม่ชอบให้มีสวนในบ้าน
ลำดวน
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า ตามหลักกฎหมายแล้ว ถ้าน้าชายของคุณไม่ได้ยกที่ดินให้แม่ของคุณอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นแต่เพียงการบอกด้วยปากเปล่า กรณีอย่างนี้เป็นเรื่องยากที่จะครอบครองเป็นเจ้าของได้ เนื่องจากมีเจ้าของที่แท้จริงอยู่แล้ว และเจ้าของก็ให้อยู่ในฐานะผู้อาศัยมาก่อน แม้พูดว่าจะยกให้ แต่ไม่มีผลในทางกฎหมาย เพราะไม่ได้มีการยกให้จริงไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
ในทางกฎหมายแม่ของคุณจะมีสิทธิก็ต่อเมื่อมีชื่อปรากฏว่าเป็นเจ้าของ โดยมีการโอนจากน้าชายของคุณเรียบร้อยแล้ว เมื่อแม่เสียชีวิต คำพูดที่เคยพูดไว้ระหว่างแม่กับน้าชายก็ดูเหมือนจะหมดลงทันที เพราะคนที่ดูแลที่ดินผืนนั้นต่อมาคือพ่อของคุณ ซึ่งน้าชายไม่ได้สัญญาไว้ด้วย
ทางออกของเรื่องนี้ ถ้าพ่อของคุณต้องการที่ดินผืนนั้นจริง ก็ต้องมีการฟ้องปรปักษ์ เพราะการที่ครอบครัวของคุณเข้าไปอยู่ในที่ดินผืนนี้ โดยความดั้งเดิมก็คิดว่าเป็นเจ้าของอยู่แล้ว แสดงเจตนารมณ์การเข้าอยู่ครอบครองอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลของการเข้าครอบครองปรปักษ์
แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร
ลุงแจ่ม



