
ใส่ฟันปลอมขาสูบนักดื่มเสี่ยงมะเร็งช่องปาก
ทพ.สุธา เจียรมณีโชติชัย ผู้อำนวยการกองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าคนไทยมีแนวโน้มป่วยเป็นมะเร็งในช่องปากเพิ่มมากขึ้น รองจากมะเร็งเต้านมและปากมดลูก โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานและผู้สูงวัยที่สวมใส่ฟันปลอมไม่เหมาะสม ไม่พอดี ซึ่งทำกับหมอฟันเถื่อนที่มียางดูดที่เพดานฟันซ้ำบ่อยๆ จะทำให้เซลล์เนื้อเยื่อที่เพดานเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ผิดปกติที่เรียกว่ามะเร็ง
รวมทั้งผู้ที่มีฟันคุดหรือฟันเกในบางซี่แล้วปล่อยให้ฟันฝังตัวอยู่ที่กระดูกขากรรไกร และเสียดสีกับลิ้นหรือกระพุ้งแก้มตลอดเวลา หากไม่ผ่าตัดออกจะส่งผลให้เกิดถุงน้ำคล้ายซีด (Seed) ถ้าไม่มีการแก้ไขก็จะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งเช่นกัน รวมทั้งบุคคลที่สูบบุหรี่เป็นประจำมีโอกาสสูงที่จะป่วยเป็นโรคมะเร็งในช่องปากด้วย เพราะริมฝีปากถูกความร้อนบ่อยๆ จากการสูบบุหรี่ เซลล์บริเวณดังกล่าวจะกลายเป็นเซลล์มะเร็ง เช่นเดียวกับผู้ที่มีพฤติกรรมดื่มสุรา เป็นอีกกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะป่วยด้วยโรคนี้ โดยแอลกอฮอล์จะกัดผิวเซลล์ในช่องปากเกิดเป็นฝ้าสีขาว และจะขยายใหญ่ขึ้นและหนาตัวขึ้นจนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง
ผอ.กองทันตสาธารณสุข กล่าวด้วยว่า อาการเริ่มแรกของผู้ที่มีโอกาสป่วยเป็นมะเร็งในช่องปาก ภายในช่องปากจะมีฝ้าขาวเป็นหย่อมๆ บริเวณกระพุ้งแก้ม เพดานปากและใต้ลิ้น หรือมีตุ่มเล็กๆ เกิดขึ้นและเหงือกอักเสบ จากนั้นทันตแพทย์จะนำเนื้อเยื่อไปตรวจเพื่อยืนยันผลอีกครั้งหนึ่ง หากสามารถตรวจเจอเร็วก็จะสามารถรักษาได้รวดเร็วและทันเวลา โดยการรักษาจะกระทำด้วยการผ่าตัดเอาเนื้อเซลล์ที่มีความผิดปกติออกและฉายรังสี ซึ่งอาจจะใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือทั้งสองวิธีร่วมกัน
“การป้องกันที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงพฤติกรรรมต่างๆ ที่จะส่งผลให้เกิดเซลล์มะเร็ง ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ และใส่ฟันปลอมให้พอดี ซึ่งแม้ช่องปากจะเป็นเพียงช่องเล็กๆ ในร่างกาย แต่มีโอกาสที่จะเกิดโรคที่ร้ายแรงอย่างมะเร็งได้ค่อนข้างสูง ประชาชนจึงควรดูแลรักษาช่องปากให้ปลอดภัยอยู่เสมอ หากพบความผิดปกติเกิดขึ้นควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขได้ทันท่วงที โดยเฉพาะบุคคลที่รู้ตัวว่าตนเองเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง” ทพ.สุธา กล่าว



