ไลฟ์สไตล์

กำหนดสัดส่วนมหาวิทยาลัยรับตรงกันวิ่งรอกสอบ

กำหนดสัดส่วนมหาวิทยาลัยรับตรงกันวิ่งรอกสอบ

02 มี.ค. 2552

สุเมธ เตรียมหารือผู้เกี่ยวข้อง แก้ปัญหามหาวิทยาลัยเปิดรับตรงมากขึ้น เหตุระบบแอดมิชชั่นส์คัดเด็กไม่ตรงสาขาคณะ แนะควรกำหนดสัดส่วนรับตรงที่แน่นอน

จากกรณีที่กลุ่มคณาจารย์ทางด้านวิทยาศาสตร์ ออกมาเปิดเผยถึงปัญหานิสิตนักศึกษาซึ่งผ่านการคัดเลือกโดยระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์กลาง เข้าเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ แต่ความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ไม่แน่นทำให้นิสิตนักศึกษาสอบตกจำนวนมาก ในปีการศึกษา 2553 ทำให้มหาวิทยาลัยหลายแห่งกำหนดสัดส่วนการรับตรงมากขึ้น เช่น คณะวิศวะฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะรับนิสิตผ่านระบบแอดมิชชั่นส์ ตามเกณฑ์เดิมที่เคยประกาศ จำนวน 20% และจะรับตรงเป็นครั้งแรก จำนวน 80% ของจำนวนรับทั้งหมด เป็นต้น
 ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ปีการศึกษา 2552 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะดำเนินการรับนิสิตผ่านระบบแอดมิชชั่นส์ เป็นปีสุดท้ายแล้ว ดังนั้น จะหารือกับผู้เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับสัดส่วนการเปิดรับตรงให้ชัดเจน เพราะหากปล่อยให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เปิดรับตรงมากเกินไปจะเป็นการเพิ่มภาระทำให้เด็กต้องวิ่งสอบหลายที่
 "ควรจะกำหนดสัดส่วนให้ชัดเจนว่าแต่ละมหาวิทยาลัยสามารถเปิดรับตรงได้ร้อยละเท่าไหร่ และต้องรับเด็กผ่านระบบแอดมิชชั่นส์กลางร้อยละเท่าไหร่ เพื่อป้องกันไม่ให้เปิดรับตรงมากเกินไป ซึ่งที่ผ่านมาจะเปิดรับตรง ในรูปแบบการให้โควต้ากับนักเรียนในพื้นที่ หรือจังหวัดที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ แต่ตอนหลังเปิดรับตรงเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีนักศึกษาที่เข้าเรียนผ่านระบบแอดมิชชั่นส์กลางเพียงร้อยละ 30 และรับตรงถึงร้อยละ 70 แล้วหากปล่อยให้รับตรงมากขึ้นจะทำให้นักเรียนวิ่งรอกสอบหลายที่" เลขาธิการกกอ.กล่าว