ไลฟ์สไตล์

สรุปแอดมิชชั่นส์ฟอรั่มเสนอทปอ.31ต.ค.

สรุปแอดมิชชั่นส์ฟอรั่มเสนอทปอ.31ต.ค.

26 ต.ค. 2552

คณะทำงานแอดมมิชชั่นส์ฟอรั่มเตรียมข้อมูลชงที่ประชุมทปอ. 31 ต.ค.นี้ ลดการใช้คะแนนGPAXและโอเน็ต พร้อมลดการสอบGAT-PATเหลือ 2 ครั้งต่อปี สัดส่วนแอดมิสชั่นส์กลางและรับตรงอยู่ที่ 50:50 จากปัจจุบัน30% 70%

นายชัยวุฒิ  บรรณวัฒน์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมร่วมกับคณะทำงานแอดมิสชั่นส์ฟอรั่ม ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่มี ศ.ดรมณฑล สงวนเสริมศรี เป็นประธาน ว่าผลประชาพิจารณ์ได้ข้อสรุปว่า เป็นการประชุมเพื่อเตรียมนำผลจากการทำประชาพิจารณ์การปรับสัดส่วนแอดมิชชั่นส์ ปี 2554 เสนอ ทปอ. พิจารณาในวันที่ 31 ต.ค.นี้

  ซึ่งทุกฝ่ายต้องการให้ขยับสัดส่วนการรับนักศึกษาผ่านระบบแอดมิชชั่นส์กลางและรับตรงอยู่ที่ 50:50 จากปัจจุบันรับผ่านแอดมิชั่นส์กลางเพียง 30% ส่วนอีก 70% มหาวิทยาลัยรับตรง คณะทำงานพยายามที่จะประสานแต่ละสาขาวิชาเพื่อจัดทำองค์ประกอบในการคัดเลือกนักศึกษาแต่ละสาขาวิชาให้เหมาะสมที่สุด ตรงกับความต้องการของแต่ละสาขาวิชา เมื่อทุกอย่างลงตัวจะเพิ่มการรับนักศึกษาผ่านแอดมิสชั่นส์กลางมากขึ้น

 อย่างไรก็ตามผลประชาพิจารณ์ต้องการให้แอดมิสชั่นส์กลางลดสัดส่วนการใช้คะแนน GPAX และคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) น้อยลงและแตกข้อสอบความถนัดทางวิชาชีพชั้นสูง (PAT) ออกมาเป็น 3 วิชา คือ PAT ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยเชื่อมั่นในระบบแอดมิสชั่นส์กลางและเพิ่มการรับนักศึกษาผ่านระบบแอดมิสชั่นส์กลางมากขึ้น นอกจากนั้น ที่ประชุมยังเตรียมเสนอทปอ.จัดสอบ GAT-PAT 2 ครั้งต่อปีจากเดิม 3 ครั้งต่อปี ตามผลการประชาพิจารณ์ด้วย

 รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือด้วยว่าคะแนนที่ใช้ในระบบแอดมิสชั่นส์นั้นน่าจะเปลี่ยนจากการใช้คะแนนดิบ มาเป็นคะแนนมาตรฐานที่ผ่านสูตรทางคณิตศาสตร์ เพื่อปรับคะแนนจากที่ต่าง ๆ ให้อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน โดยที่ประชุมจึงได้ตั้งคณะกรรมการชุดเล็ก ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ไปศึกษาและทำข้อเสนอเข้าพิจารณาของ ทปอ. แต่ได้ให้นโยบายไว้ว่า สูตรที่นำมาใช้ปรับคะแนนดิบนั้น จะต้องตอบคำถามได้ว่าเป็นธรรม และโปร่งใสอย่างไร ถ้ายังไม่ชัดก็อย่าเพิ่งเปลี่ยนแปลง

 “ผมได้เล่าให้ที่ประชุมฟังด้วยว่า รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีฯ ต้องการให้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกระบบเหมาะสม สามารถคัดเด็กได้ตรงตามต้องการของแต่ละสาขาวิชาและไม่เป็นภาระของเด็กมากเกินไป เพราะฉะนั้นจะต้องมีการจัดระเบียบรับตรง บางคณะอาจยังมีความจำเป็นที่จะต้องจัดสอบเพื่อรับนักศึกษาเองโดยตรง แต่ก็ควรมีระบบกลางสำหรับรับตรง เพื่อไม่ให้เด็กต้องวิ่งรอกสอบ ในส่วนของ ศธ. ได้มอบสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปช่วยคิดระบบรับตรงด้วย”นายชัยวุฒิ กล่าว