
คนไทยวัย 40+ ปวดหัว
ปวดศีรษะไมเกรน เป็นอาการปวดศีรษะที่พบบ่อย ซึ่งหากปวดรุนแรงมากสามารถทำให้รบกวนกิจวัตรประจำวันได้ อาการปวดศีรษะไมเกรนในบางรายมีอาการเตือนทางด้านการรับรู้ทางความรู้สึก
เช่น เห็นแสง ชาแขนหรือขา มักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ไวต่อการกระตุ้นด้วยแสงหรือเสียง การปวดศีรษะไมเกรน แม้ไม่หายขาดแต่การรักษาโดยใช้ยาร่วมกับการปรับพฤติกรรม ก็สามารถช่วยให้ดีขึ้นได้ โดยลดความรุนแรงและความถี่ของอาการปวดลงได้ดีมาก แม้กระทั่งสามารถยับยั้งอาการปวดได้ตั้งแต่เริ่มปวดหากได้รับการรักษาที่ดี
พบได้ประมาณ 15% ของประชากรทั่วไป พบมากในช่วงอายุ 20 ปี ถึง 25 ปี โดยเพศหญิงพบได้เป็นสองเท่าของเพศชาย โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือน
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ามาพบแพทย์จะมาด้วยอาการปวดศีรษะมักจะปวดข้างเดียว อาจจะสลับซ้ายขวาได้ ลักษณะปวดเป็นแบบตุ๊บๆ ปวดศีรษะมากจนทำงานไม่ได้ บางคนปวดจนน้ำตาไหล ส่วนใหญ่ปวด 4-72 ชั่วโมง หลังปวดศีรษะอาจมีอาการคลื่นไส้ ถ้าเป็นมากจะอาเจียน
ปัจจัยที่ทำให้ปวดหัวไมเกรน โดยมากจะมีสิ่งที่กระตุ้นทำให้ปวดศีรษะได้แก่ แสงจ้า เย็นหรือร้อนจัด เสียงดัง ซึ่งแพทย์จะทำการวินิจฉัยจากประวัติและการตรวจร่างกายเท่านั้น แพทย์จะซักประวัติเกี่ยวกับอาการปวด ตำแหน่งความรุนแรง ความถี่ ระยะเวลาที่ปวด แพทย์จะซักอาการร่วมเช่น ไข้ อาการชัก อ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง แพทย์จะซักประวัติโรคประจำตัว การใช้ยา การเอกซเรย์ หรือการตรวจเพิ่มอื่นๆ ทำเพื่อให้ประกอบการวินิจฉัยอาการเท่านั้น
การรักษาไมเกรนให้ได้ผลดีผู้ป่วยจะต้องทราบถึงสาเหตุที่กระตุ้นให้ปวดศีรษะ และมีส่วนร่วมในการรักษาโดยมีสมุดจดบันทึกปัจจัยชักนำให้ปวดศีรษะ อาการปวดศีรษะเป็นอย่างไรหลังจากหลีกเลี่ยงปัจจัยชักนำ การปรับยาของแพทย์ทำให้ปวดศีรษะดีขึ้นหรือไม่ ควรไปตามนัดทุกครั้งเพื่อประเมินผลการรักษา
วิธีสังเกตอาการปวดศีรษะที่ไม่ใช่ธรรมดา
- ถ้าปวดศีรษะมากๆ เป็นครั้งแรกในคนอายุมากกว่า 40 ปีก็ต้องหาสาเหตุ เพราะถ้าปวดไมเกรน (ปวดมากๆ) ไม่มีประวัติเริ่มปวดตั้งแต่อายุน้อยกว่านี้
- ปวดทันทีและรุนแรงมาก บางคนบอกว่ารุนแรงที่สุดในชีวิตมักสงสัยเส้นเลือดแดงแตก
- ปวดจนนอนไม่หลับหรือจนต้องตื่นมาปวดกลางคืน
- ตื่นเช้ามาพร้อมกับความปวด
- ปวดหัวมาก พร้อมกับมีไข้หรือ อาการทางสมองร่วมด้วย
- ถ้าเคยมีอาการปวดหัวเรื้อรังแต่ไม่อันตราย (เช่น ไมเกรน) มากอ่น แต่ตอนหลังลักษณะอาการปวดเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่หายสนิท หรือเพิ่มมากขึ้นให้ระวังมีโรคอื่นเพิ่มมาทีหลัง
- มีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่นชัก อ่อนแรง หรือชาครึ่งซีก เดินเซ ตามัว ลงหรือมองไม่เห็นด้านใดด้านหนึ่งและอื่นๆ
- เคยมีอุบัติเหตุทางศีรษะมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนสูงอายุ จะพบเลือดค่อยๆ คั่งในสมองได้อย่างช้า ใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะแสดงอาการชัดเจน
- ไอ จาม หรือ เปลี่ยนท่าทางแล้วปวดศีรษะมาก
- มีอาการทางฮอร์โมนร่วมด้วย เช่น ประจำ เดือนขาดหายไปโดยไม่ได้ตั้งครรภ์
- ปวดข้างเดียวตลอดไม่เคยย้ายข้างเลยเพราะถ้าเป็นไมเกรนมักจะย้ายข้างได้
- มีโรคร่วม เช่น มะเร็ง โรคเอดส์
- คนที่เคยมีเส้นเลือดดำอุดตันที่ขาหรือที่อื่นๆ ประวัติครอบครัวมีเส้นเลือดดำอุดตัน dbo ยาคุม หรือ มีโรคมะเร็ง จะมีโอกาสเกิดเส้นเลือดดำอุดตันทั้งในและนอกสมองได้ แต่ก็พบไม่บ่อย
โรงพยาบาลพญาไท โทร.1772



