
น้ำมันแพง-เศรษฐกิจแย่โอกาสทอง"โลจิสติกส์"เติบโต
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (มกค) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนอันทรงเกียรติและเก่าแก่ นับเป็นสถานศึกษาแห่งแรกเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่เปิดสอน "หลักสูตรโลจิสติกส์"
แบบครบวงจร ไล่เรียงมาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ปั้นวิศวกรระดับปฏิบัติงาน ระดับบริหาร จนถึงระดับผู้เชี่ยวชาญ รองรับการพัฒนาชาติ "ผศ.ดร.สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา" คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มกค ร่วมฉายภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
"ยิ่งราคาน้ำมันแพง เอ็นจีวี ยิ่งเกิด ระบบโลจิสติกส์ยิ่งเติบโต เพื่อลดต้นทุนการผลิต น่าเสียดายรัฐลงทุนด้านโลจิสติกส์หลายแสนล้านบาท ทั้งลงทุนสร้างสนามบิน ท่าเรือ รถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ ถนน พวกนี้เป็นฮาร์ดแวร์ แต่ลงทุนด้านบุคลากรน้อยมาก ทำให้บุคลากรด้านโลจิสติกส์ขาดแคลน เพราะสถาบันอุดมศึกษาไทยผลิตบัณฑิตตกปีละ 1,000 คน แต่ความต้องการมีสูงถึง 2-3 แสนคนต่อปี" ผศ.ดร.สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (มกค) สะท้อนภาพวิกฤติโลจิสติกส์
กระนั้นการลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ที่ไม่สมดุลกับการลงทุนด้านบุคลากร ทำให้ต้นทุนในการผลิตของประเทศไทยสูง ซึ่งปัจจุบันต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีของประเทศไทยอยู่ที่ 20% ขณะที่ประเทศสิงคโปร์อยู่ที่ 7-8% ทำให้เสียเปรียบทางด้านเศรษฐกิจ เพราะต้นทุนสูงกว่า ต้องขายของแพงกว่า เท่ากับว่าการใช้พลังงานไม่ได้ประสิทธิภาพ แถมมีการนำเข้า
ทว่าทุกปัญหาย่อมมีทางออก เมื่อ มกค เล็งเห็นประโยชน์และความสำคัญของโลจิสติกส์ โดยได้เปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์ในปี 2546 ผลิตวิศวกรโลจิสติกส์ระดับปฏิบัติการ รองรับการออกแบบระบบขนส่ง คลังสินค้า ระบบกระจายสินค้า เกี่ยวกับวางแผนการผลิต เน้นการออกแบบเป็นหลัก
ระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการโลจิสติกส์ (CEO- MBA Logictics) เปิดการเรียนการสอนเมื่อปี 2547 เน้นการผลิตบุคลากรระดับบริหาร ระดับหัวหน้างาน ต่อมาปี 2551 เปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาโลจิสติกส์ (Ph.D. in Logictics) เน้นผลิตผู้เชี่ยวชาญโลจิสติกส์ มุ่งวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่
ผศ.ดร.สถาพร ระบุว่า ด้วยความมีวิสัยทัศน์ของ รศ.จิรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดี มกค จึงเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทยที่จัดการศึกษาหลักสูตรโลจิสติกส์แบบครบวงจร มีทั้งวิศวกรผู้ออกแบบ มีทั้งผู้บริหาร และมีผู้เชี่ยวชาญ มีอาจารย์ระดับปริญญาเอกประจำ มากถึง 11 คน ที่สำคัญภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการร่างหลักสูตรทุกระดับ มีความร่วมมือกับต่างประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค ฮ่องกง เราส่งอาจารย์และนักศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศที่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และจีน
"จากที่อาจารย์และนักศึกษา มกค ดูงานทำให้ทราบว่าภาพรวมด้านโลจิสติกส์ของไทย ค่อนข้างแข่งขันกับประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ มีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก รองลงมาคือฮ่องกงและจีนตามลำดับ ขณะที่ดัชนีประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ซึ่งจัดทำโดยธนาคารโลกร่วมกับมหาวิทยาลัยในประเทศฟินแลนด์ ยกย่องให้ระบบโลจิสติกส์ของประเทศสิงคโปร์อยู่ในอันดับ 1 ของโลก ส่วนประเทศไทยอยู่อับดับที่ 30 ของโลก"
ว่ากันว่าแม้สภาพการผลิตวิศวกรโลจิสติกส์ในปัจจุบัน มีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศเปิดหลักสูตรโลจิสติกส์ แต่ส่วนใหญ่ขาดแคลนอาจารย์สอน ที่จบตรงสายได้วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกโลจิสติกส์ ทำให้บุคลากรด้านนี้ขาดแคลน
มกค รับเด็กจบ ปวส. และ ม.6 สายวิทยาศาสตร์มาเรียน แต่ละปีรับจำนวน 100 คน ในจำนวนนี้ให้ทุนเรียนฟรี 100% อีก 5 คน และอีก 40 คนให้ทุนครึ่งหนึ่งเฉพาะค่าหน่วยกิต 50% เป็นสาขาที่ขอทุนมากที่สุด ซึ่งในปี 2553 มกค อาจจะทำความร่วมมือให้ภาคเอกชนที่สนใจตอบแทนสังคม ให้ความอนุเคราะห์เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพราะ มกค สามารถผลิตวิศวกรโลจิสติกส์ตจบ 3 รุ่น รุ่น ได้เพียง 120 คน มีนักศึกษาปริญญาเอกอีก 15-20 คน จบแล้วมีงานทำหลากหลาย เช่น บริษัทปูนซิเมนต์ โลตัส บี๊กซี คาร์ฟูร์ ฯลฯ
"อีก 10 ปี เราถึงจะผลิตบุคลากรด้านโลจิสติกส์เพียงพอกับความต้องการ อยากให้ทุกคนช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ เราล้าหลังเพื่อนบ้านมาก ไม่รู้กี่ปีจะตามทัน ไปโทษรัฐไม่ได้ เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจ สร้างสิ่งดีๆ ให้แก่ชาติ ผมฝากคนรุ่นใหม่สนใจปัญหาเศรษฐกิจให้มากขึ้น ห่วงบ้านเมืองให้มากขึ้น แค่นี้เราก็สู้สิงคโปร์ไม่ได้แล้ว เขาเจริญล้ำหน้าไทยไปมาก" ผศ.ดร.สถาพร กล่าวทิ้งท้าย
0 กมลทิพย์ ใบเงิน 0 เรื่อง
0 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 0 ภาพ



