ไลฟ์สไตล์

เล่นหูเล่นตา-อาจารย์ใหญ่

เล่นหูเล่นตา-อาจารย์ใหญ่

26 ต.ค. 2552

ฉันเอนหลังนอนดูแม็กกาซีน เอาหนังสือวางบนพุงที่ยุบหายไปจากการดูดไขมัน มันยุ่บยั่บเป็นคลื่นที่ยังไม่เซตตัว พลิกไปอ่านบทสัมภาษณ์สาว TG นางหนึ่งที่เพาะกายจนได้แชมป์ กล้ามหน้าท้องของนางช่างงามแงะ นางมีนามว่า...ขนิษฐา มะคงสุข

 ใคร? ใครกันทำให้นางเป็นเช่นนี้ได้ ฉันรีบโทรหา ต่อ (เอกชยา สุขศิริ) บก.หนังสือวอลลุ่ม แล้วซักไซ้ไล่เลียงเอาเบอร์เทรนเนอร์ของสาวกล้ามงามนั้นมาจนได้

 “พี่ใหญ่อยู่ไหนคะ” ฉันหันไปถามพนักงานในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่นอกสายตาคนเมืองอย่างฉันเป็นอย่างยิ่ง กวาดสายตาสำรวจพื้นที่ไปรอบๆ ห้องเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือทรมานร่างกาย แล้วแอบคิดในใจว่า...

 “เปลี่ยนใจทันมั้ย?”

 ฉันเดินตามนิ้วที่ชี้ไปทางชายร่างสูงใหญ่ 180 เซน ผมสั้นเกรียน ผิวขาว ที่หันหลังให้ มองจากด้านหลังก็รู้ว่า “ตัวจริง” กล้ามที่น่องปูดเป็นมัดดูแข็งแรงยังกะน่องนกกระจอกเทศ กล้ามไหล่เป็นก้อนเหมือนใครเอาขนมปังหัวกะโหลกมาโปะไว้ น่าเอาเนยมาทาแล้วโรยน้ำตาลทราย ขอกัดคำ! ปีกด้านหลังกางออกเป็นเส้นแนวกล้ามเนื้อชัดเจน อือ ... ถ้าเอารากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกหยาบๆ ทาให้ทั่วทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง แล้วเอาไปย่างให้เกรียมๆ หนังแห้งๆ กรอบๆ กินกับข้าวเหนียว ส้มตำ ... วุ้ยแซบ! ยังไม่ทันจะคิดต่อ เขาคนนั้นก็หันมาทางฉัน

 “พี่ใหญ่ใช่มั้ยคะ? ... สวัสดีค่ะ ... เจนนิเฟอร์ คิ้ม ค่ะพี่ ... ”

 ก่อนที่เขาจะตอบว่า “อ้อ...คุณคิ้ม” ฉันแอบสังเกตเห็นเขาผงะเล็กน้อย ม่านตาขยายแสดงว่าต๊กกะใจ ไม่เห็นแปลกเลยใครๆ ที่เจอหน้าซีดๆ ซิ้มๆ ของฉันก็จะมีอาการแบบนี้ทุกราย มองจากด้านหน้า เขาสวมเสื้อกล้ามเว้โชว์กล้ามหน้าอกแน่นๆ

 “อื๋อ...ใหญ่กว่าของตูอีก” แอบเปรียบเทียบกับขนาดที่แม่ให้มา

 แล้ววันแรกของการทรมานร่างกายก็เริ่มขึ้นด้วย ดรัมเบลล์จิ๋วๆ สีชมพูดูน่ารักนะตัว

 “แต่งตงแต่งตัวดีๆ กันนะหนู ดื่มกงดื่มกินอย่าเอาไปให้แมว จะทงจะเที่ยวก็เอาเป็นครั้งคราว ...เลสเซิ่นวัน บทที่ 1 …

 ยกไปก็ฮัมเพลง “เลสเซิ่นวัน” ของจุ๋ยๆ ไป เฟรชชี่สุดๆ ดูเป็นน้องใหม่วัยน่าร้ากที่เริ่มเรียนรู้บทที่ 1 ในเพลงมีชื่อครูวาสนา แต่ตรงหน้าของฉันเป็น “ครูใหญ่” จะตายมั้ยเนี่ยฉัน! อีตอนมาก็มาแนวมึน ขืนคิดพิจารณานานกว่านี้จะเริ่มลังเลไม่สู้ซะงั้น หลวมตัวมาถึงที่แล้ว เอ้า ... สู้ๆ (ก็ได้วะ) แล้ววันแรกก็ผ่านไปสบายๆ ไม่เสียเหงื่อสักหยด ยังแอบคิดว่าเบาๆ แค่นี้มันจะไปได้อะไร ง่ายเกินไปรึเปล่า ... เดี๋ยวก็รู้!

 พอต่อด้วย เลสเซิ่นทู บทที่ 2 น้ำหนักที่ยกทำไมมันหนักกว่าเมื่อวันแรกตั้งหลายเท่า โธ่! หลอกกันนี่หว่า คราวนี้แหละยกน้ำหนักเหมือนติดแอกไถนาเป็นวัวเป็นควายเลย แอบมองคนอื่นๆ แถวๆ นั้นซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นชายร่างใหญ่กำยำล่ำสัน แต่ไม่กล้าพักพิง กลัวเขาเตะเอา มีฉันเป็นตัวเมียตัวเดียว มองดูตัวเองในกระจก แล้วยิ่งน่าสงสารเข้าไปใหญ่ ทำไมต้องมาตกระกำลำบากขนาดนี้ด้วย ฮือ ... คิดถึงแม่!

 วันที่ 2 ผ่านไปปวดเมื่อยไปทั้งตัว ยังกะรถทัวร์คว่ำใส่ พอล้มตัวลงนอนก็สลบประหนึ่งเสียชีวิตไปนานแล้ว ยิ่งตอนตื่นไม่ต้องพูดถึงไม่อยากลุกไปไหนนอกจาก ... นอนต่อ!

 “พี่ใหญ่” เทรนเนอร์บอกว่า การยกน้ำหนักจะทำให้กล้ามเนื้อมันบาดเจ็บในระดับที่ร่างกายต้องซ่อมแซมเสริมสร้างได้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อต้านแรงของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น จึงมีการเพิ่มน้ำหนักที่เรายกขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ มิเช่นนั้นแล้วอาจจะบาดเจ็บได้ ฟังดูดี ... แต่ขี้เกียจทำ

 ช่วงทรมานร่างกาย ก็มีช่วงผ่อนคลายสายตาเพราะลูกศิษย์ของพี่ใหญ่มีหลากหลายอาชีพ มากหน้าหลายตา ปะปนตั้งแต่หน้าตาหล่อไปจนเละ เด็กไปจนแก่ (โคตร) ต้องเลือกเสพเอาเอง บางวันโชคดี คนหล่อตรึมเพลินไปทั้งวัน วันไหนโชคร้ายต้องก้มหน้าออกกำลังไปเยี่ยงวัวควาย ดีกว่าเงยหน้ามาเห็นของเสีย (ไม่รู้จะขี้เหร่ไปไหน)

 “ว้าย ... พระนเรศวร!” แอบกรี๊ดในใจแทบจะคลานเข้าไปถวายบังคม แต่ ... มาในชุดลำลองเลยได้สติ “ผู้พันเบิร์ด” ตัวเป็นๆ หล่อลาก แมนมาก ไว้หนวดหน้าเข้มแต่แอบยิ้มละไม ขอดูรูปซิกแพ็กของผู้พันจากมือถือพี่ใหญ่ ... คอนเฟิร์มว่า เฟิร์มมาก แข็งเอ๊ย! แน่นไปทั้งตัว ไม่ใช่ไขมันแบบฉันแต่เป็นกล้ามเนื้อล้วนๆ วันไหนว่างจากคิวถ่ายหนัง จะขอยืมหน้าท้องไปแทนกระดานซักผ้าสักหน่อย อยู่ใกล้ๆ แล้วรู้สึกปลอดภัย ราวกับว่าเขาจะคุ้มครองปกป้องเราได้ ... (เพ้อได้อีก) ลืมไปว่าเขากำลังจะแต่งงาน ... น่าเสียดายจริงๆ เลยเพคะ

 ผู้หญิงสาวสวยบริสุทธิ์ตัวเล็กๆ แบบฉัน ต้องออกกำลังกายท่ามกลางผู้ชายบึกบึน  บางครั้งมันก็ทำให้ฉันหวาดผวา (ดัดจริตจริงๆ) อย่าเพิ่งว่ากันก็อีตอนที่พวกนั้นเขายกหรือแบก แม้แต่ถีบน้ำหนักมากๆ หลายสิบไปจนถึงหลายร้อยกิโล (แหกปาก) แสดงความก้าวร้าวออกมาทางเสียง คนขวัญอ่อนอย่างฉันก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา เพราะนึกว่า อยู่ในโรงฆ่าสัตว์น่ะเซ่! แหกปากร้องกันยังกะควายถูกเชือด ฟังแล้ว’รมณ์เสีย แถมหน้านิ่วคิ้วขมวดกัดกรามกรอดๆ จนขากรรไกรปูด เส้นเลือดบนหน้าโป่ง น่ากลัวจริงๆ นะคะคุณขา นี่ถ้าเขาเตะเรา เราคงคอหักตาย ฉันก็เลยไม่กล้าออกเสียงเพราะอาย กลัวใครเขาว่าเป็นควายออกลูก

 ผ่านมาเดือนกว่า ฉันเริ่มมีกล้ามแขนที่ใหญ่ขึ้น เอาไว้ดูเล่นเวลารู้สึกว่าไม่มีผู้ชายหน้าไหนมาคอยปกป้องคุ้มครองหรือเลี้ยงดู ก็เบ่งกล้ามสักทีแล้วบอกตัวเองว่า ชีวิตที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ฉันทำได้ดีกว่าผู้ชายอกสามศอกหลายๆ คนซะอีก อยากทำอะไรก็ทำ ... ขอให้ทำเพื่อตัวเอง

เจนิเฟอร์ คิ้ม