ไลฟ์สไตล์

คลื่นมหาชนหลั่งไหลร่วมถวายพระพร

คลื่นมหาชนหลั่งไหลร่วมถวายพระพร

24 ต.ค. 2552

ในหลวงปลื้มพระราชหฤทัย หลังสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงอ่านจดหมายกะเหรี่ยง แสดงความเป็นห่วงพ่อหลวงถวาย ขณะที่คลื่นมหาชนหลั่งไหลมายังรพ.ศิริราช แม้ฝนตกหนัก ผู้นำญี่ปุ่นแสดงความยินดีที่ทรงหายจากพระอาการประชวร

(24ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เปิดเผยว่า ตัวแทนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงบ้านจันทร์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เขียนจดหมายมาถึงท่านผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่ศาลารวมใจ อ.แม่แจ่ม เพื่อแสดงความรู้สึกถึงข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร

 กองราชเลขานุการฯนำจดหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งประทับเฝ้าพระอาการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงอ่านจดหมายดังกล่าวถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปลื้มพระราชหฤทัย และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงขอพระบรมราชานุญาตนำมาเผยแพร่ต่อประชาชนมีความว่า

 "ศาลารวมใจบ้านจันทร์ 16 ตุลาคม 2552 เรื่องพ่อหลวงไม่สบาย ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงรัก เป็นห่วงมาก เรียนท่านผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล เมื่อทราบข่าวว่าพ่อหลวงไม่สบาย ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงตั้งจิตอธิษฐาน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในบ้านจันทร์ คุ้มครองรักษาพ่อหลวงหายจากอาการไม่สบายโดยเร็ว อยู่คู่กับคนไทยไปนานๆ พ่อหลวงองค์เดียวของแผ่นดิน พ่อองค์เดียวนี้หาไม่มี เมื่อพ่อหลวงสุขสบาย กะเหรี่ยงยิ้มแย้ม มีกำลังใจ เมื่อพ่อหลวงไม่สบาย กะเหรี่ยงเมื่อยล้า หมดแรง อบอุ่นใดไม่เหมือนอบอุ่นอยู่กับพ่อหลวงของเรา กะเหรี่ยงเกิดมาร่วมชาติกับพ่อหลวงไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากขอเป็นคนดีของคนไทย รักและเป็นห่วงพ่อหลวงมาก ลงชื่อนางวราภรณ์ คำมิสอน เป็นตัวแทนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง"

 ขณะเดียวกัน ที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ประชาชนและคณะบุคคลจำนวนมากเดินทางมาตั้งแต่เช้า เพื่อลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว สำหรับบรรยากาศวันนี้ประชาชนเดินทางมายังศาลา 100 ปี มากกว่าปกติ ถึงแม้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ทั้งนี้สืบเนื่องจากทราบข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระอาการดีขึ้นแล้ว จึงหลั่งไหลมาร่วมลงนามถวายพระพรกันอย่างคึกคัก

 ประชาชนยังพากันมุงดูพระบรมฉายาลักษณ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ลงจากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โดยประ ทับรถเข็นไฟฟ้า มายังอาคารสยามมินทร์ เพื่อทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเสด็จไปยังศาลาศิริราช 100 ปี ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระรูปหล่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารต่างๆ โดยรอบโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งสำนักพระราชวังได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ดังกล่าวมาติดไว้ที่ศาลาศิริราช 100 ปี หลายคนเห็นแล้วต่างปลาบปลื้ม ใช้โทรศัพท์มือถือฉายพระบรมฉายาลักษณ์เก็บไว้เป็นที่ระลึก

 ในส่วนบรรยากาศการลงนามถวายพระพร ท่านผู้หญิงสาวิตรี ศรีวิสารวาจา นายวิศิษฐ์ ดาศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ได้นำคณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล จาก ต.บุแกรง จ.สุรินทร์ จำนวน 105  คน เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร

 จากนั้นเวลา 10.30 น. พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีสหภาพเมียนมาร์ มอบให้นางเอเอ มู อุปทูตสหภาพเมียนมาร์ ประจำประเทศไทย นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวาย โดยนางเอเอ กล่าวว่า พล.อ.เต็ง เส่ง ติดประชุมอาเซียนอยู่ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน  ชะอำ จึงมอบหมายให้ตนเดินทางมาลงนามถวายพระพรเพื่อขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ และหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

 ต่อมาเวลา 11.00 น. สามพี่น้องวงแฮมเมอร์ นำโดยนายอารี ประธาน นักร้องนำและหัวหน้าวง นำแจกันดอกไม้มาร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมร้องเพลง “เรารักพระเจ้าอยู่หัว ร้อยใจถวายพระพร” เพื่อแสดงความจงรักภักดี จากนั้นองค์กรพัฒนาสตรีสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้นำคณะมาร่วมลงนามถวายพระพร
 
 ช่วงบ่าย การลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังเป็นไปด้วยความคึกคัก มีบุคคลสำคัญต่างๆ อาทิ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และประชาชนจากทุกสารทิศ ซึ่งส่วนใหญ่สวมเสื้อสีชมพู ทยอยเดินทางมาลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว แม้ฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ประชาชนไม่ย่อท้อ ยังคงเดินทางมาจุดธูปขอพรที่ลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมมหาราชชนก นอกจากนี้มีประชาชนนำร่มมากางกันแดดและกันฝน นั่งอยู่บริเวณสนามหญ้าหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฝ้ารอชื่นชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 นายวิษณุ บุญรุ่ง ชาวจ.ปทุมธานี เดินทางมาลงนามถวายพระพร พร้อมกับภรรยา บุตรชายและบุตรสาว กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินลงมาด้านล่างอาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้พสกนิกรได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ทำให้รู้สึกดีใจและปลื้มปีติ อยากให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ทรงเป็นร่มโพธิ์ของประชาชนไปนานๆ รู้สึกดีใจไปกับประชาชนที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด และรู้สึกเสียดายที่ตนเองมาไม่ทัน จึงไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ

 นางสำเนียง ผ่องสวัสดิ์ อายุ 80 ปี ชาวจ.ชลบุรี กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ได้เห็นภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ จึงเดินทางจากชลบุรีมากับญาติ มาร่วมลงนามถวายพระพร และขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร มีพระพลานามัยแข็งแรง

 ขณะที่นางสุรินทร์ คุณานุกูลวงศ์ อายุ 51 ปี ชาวพระประแดง จ.สมุทรปราการ กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความปลื้มปีติที่ได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จฯ ลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ ว่ารู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้มารับเสด็จพระองค์ท่าน แต่ได้ดูทางโทรทัศน์ รู้สึกน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ปลื้มใจจริงๆ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพระองค์ท่านให้มีพระชนมายุยิ่งยืนนานเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวไทย คนไทยโชคดีมากที่เกิดในแผ่นดินไทยและมีพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐที่สุด

 พล.ต.มนัส เมนะสุต วัย 91 ปี อดีตราชองค์รักษ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดินทางมาลงนามถวายพระพร พร้อมกล่าวว่า ดีใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร ตนได้ติดตามข่าวพระอาการประชวรทุกวัน 

 ต่อมา นายสันติภาพ อินทรพัฒน์ นายกสมาคมมวยไทยแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคม ผู้ตัดสิน นักกีฬามวยไทย นักกีฬาคิกบ๊อกซิ่งสมัครเล่น ทีมชาติไทย ที่จะเดินทางไปร่วมแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 3 ณ กรุงโฮจิมินห์ ซิตี้ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม-9 พฤศจิกายนนี้ นายสันติภาพ กล่าวว่า นำคณะมาร่วมถวายพระพรขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงประชาราษฎร์สืบไป ในโอกาสนี้จึงได้มาขอพรให้นักกีฬาที่เดินทางไปแข่งขันในครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้รับชัยชนะกลับมายังประเทศไทย

 ส่วนที่ร้านค้าแผงลอยบริเวณท่าเรือวังหลัง มีพ่อค้านำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จฯ ลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา มาอัดจำหน่ายให้ประชาชนได้ซื้อหาในราคาใบละ 20-40 บาท แล้วแต่ขนาด และราคา 99 บาทพร้อมกรอบ ซึ่งมีประชาชนซื้อไปบูชากันเป็นจำนวนมาก

 เจ้าของร้าน “ศิริราช โฟโต้แล็บ” กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา น้องชายไปลงนามถวายพระพร โชคดีที่เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ลงจากอาคารพอดี จึงมีโอกาสเฝ้ารับเสด็จ และได้นำกล้องถ่ายภาพมาฉายพระบรมฉายาลักษณ์ไว้เป็นที่ระลึก และอัดแจกจ่ายให้แก่ญาติพี่น้องนำไปบูชา และนำมาขายให้แก่ประชาชนทั่วไปอีกด้วย  

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ในระหว่างการหารือทวิภาคีระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทยกับนายยูกิโอะ ฮาโตยามา นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายยูกิโอะได้แสดงความยินดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร มีพระพลานามัยแข็งแรง