ไลฟ์สไตล์

เทศกาล 'อาหารเจ'

เทศกาล 'อาหารเจ'

23 ต.ค. 2552

ประเพณีการกินเจเดือนเก้า หรือ เทศกาลกินเจ กำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ ถึง ๙ ค่ำ ตามปฏิทินจีนทุกๆ ปี รวม ๙ วัน ๙ คืน ปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๘-๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒

 ในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน มีอรรถาธิบายว่า "เป็นการประกอบพิธีกรรม เพื่อสักการะบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตกาล ๗ พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก ๒ พระองค์ รวมเป็น ๙ พระองค์ด้วยกัน หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า ดาวนพเคราะห์ทั้ง ๙ อันมี พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดาวพระอังคาร ดาวพระพุธ ดาวพระพฤหัสบดี ดาวพระศุกร์ ดาวพระเสาร์ ดาวพระราหู ดาวพระเกตุ

 ในพิธีกรรมสักการบูชาพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก ๒ พระองค์นี้ สาธุชนในพระพุทธศาสนา ต่างสละเวลา และกิจทางโลก มาบำเพ็ญศีล ตั้งปณิธานกินเจ บริโภคแต่อาหารผลไม้ งดเว้นอาหารเนื้อสด ของคาว ด้วยการสมาทานรักษาศีล ๓ ข้อ กล่าวคือ

 เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์ มาบำรุงชีวิตตน, เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์ มาเพิ่มเลือดตน และ เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์ มาเพิ่มเนื้อตน

 เพื่อเป็นการซักฟอกมลทินออกจากร่างกาย วาจา ใจ ต่างจึงสวมเสื้อผ้าสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากจุดด่างพร้อย และพากันเดินทางสู่วัดวาอาราม พร้อมด้วยดอกไม้ ธูปเทียน เพื่อนมัสการน้อมบูชาแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์ อีกทั้งพระมหาโพธิสัตว์ ๒ พระองค์ พร้อมจัดหาเครื่องกระดาษ ทำเป็นรูปทรงเสื้อผ้า, หมวก, รองเท้า, กระดาษเงินกระดาษทองต่างๆ ไปน้อมถวายเป็นเครื่องสักการะ เป็นกุศลสมาทาน

 (แต่ในอดีต จะนำวัตถุสิ่งของ เครื่องปัจจัย ๔ ไปถวายนักบวช พระเณร ผู้ทรงศีล และแจกทานด้วยเสื้อผ้าเงินทอง ที่เป็นของจริงๆ แก่คนทุกข์ คนยากจน)

 โอกาสพิเศษที่ควรทานเจ เทศกาลกินเจ วันคล้ายวันเกิดของตัวเอง วันคล้ายวันเกิดของลูกหลาน วันแต่งงาน วันเลี้ยงเพื่อนฝูงญาติสนิท วันเซ่นไหว้บรรพบุรุษ วันที่ทำบุญสร้างกุศล หรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ช่วงเข้าพรรษา วันขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์  วันไว้ทุกข์ให้กับบุคคลที่มีความสำคัญกับเรา ฯลฯ

 ทานเจเพื่ออะไร ? จุดประสงค์หลักของผู้ที่ทานเจ สามารถแบ่งออกเป็น ๓ ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

 กินเพื่อสุขภาพ อาหารเจเป็นอาหารประเภทชีวจิต เมื่อรับประทานติดต่อกันช่วงเวลาหนึ่ง จะทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล  สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ ปรับระบบไหลเวียนโลหิต  ระบบทางเดินอาหารให้มีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ผู้รับประทานอาหารเจ จะต้องรับประทานอาหารให้ครบ ๕ หมู่ และดื่มน้ำให้เพียงพอ

 กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากอาหารที่เรารับประทานทานอยู่ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้มีจิตเมตตา มีคุณธรรม และมีจิตสำนึกอันดีงาม เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ย่อมไม่อาจรับประทานเลือดเนื้อของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีเลือดเนื้อ จิตใจ และที่สำคัญ มีความรักตัวกลัวตายเช่นเดียวกับคนเรา

 กินเพื่อเว้นกรรม ผู้ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ย่อมตระหนักว่า การกินซึ่งอาศัยการฆ่า เพื่อเอาเลือดเนื้อของผู้อื่นมาเป็นของเรา เป็นการสร้างกรรมเกี่ยวกับการฆ่า โดยตรง

 แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าเองก็ตาม การซื้อจากผู้อื่นก็เหมือนกับการจ้างฆ่า เพราะถ้าไม่มีคนกิน ก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย (หยุดกิน...คือหยุดฆ่า)

 กรรมที่สร้างนี้ จักติดตามสนองเราในไม่ช้า ทำให้สุขภาพร่างกาย อายุขัยของเราสั้นลง เป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ จากเวรกรรมซึ่งรักษาได้ยาก และเรื้อรังด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน ชีวิตบั้นปลายจะไม่มีความสุข เพราะมีแต่โรคภัยไข้เจ็บ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคเก๊าท์ และอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย

 เมื่อผู้มีความรู้เรื่อง กฎแห่งกรรม หยั่งรู้ถึงเหตุนี้แล้ว จึงหยุดกินหยุดฆ่า  หันมารับประทานอาหารเจ ซึ่งทำให้ร่างกายเติบได้เหมือนกัน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยในช่วงเวลาสั้นๆ แค่อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น

 ความแตกต่างอยู่ที่ รับประทานทานอาหารเจ ไม่มีหนี้สินเวรกรรม
(ข้อมูลจาก : http://www.tlcthai.com/)