
พม. ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบฐานข้อมูล
...
พม. ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการบังคับคดีค้ามนุษย์
พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ประธานอนุกรรมการบูรณาการและพัฒนาระบบฐานข้อมูลในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้ยั่งยืนให้ภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง10 แห่ง เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ภายในงาน Thailand Social Expo 2018 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยได้กล่าวถึง ความสำคัญของการจัดทำระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
“การจัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศ และการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ระดับชาติ เป็นเรื่องสำคัญ และมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะนาพาประเทศไทย ไปสู่ “ไทยแลนด์ 4.0”ประกอบกับ ที่ผ่านมาพบปัญหาในการจัดเก็บข้อมูลด้วยมือ(manual) ทำให้ข้อมูลไม่เที่ยงตรง ไม่เป็นปัจจุบัน และไม่ทันการณ์ ส่งผลต่อการจัดทำรายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานสำคัญของประเทศไทย
ในปี 2558 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบังและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครจัดทำระบบฐานข้อมูลของประเทศไทยขึ้นและได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติกรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงานอัยการสูงสุดโดยขณะนั้น ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลหลัก 2 ส่วนคือด้านการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและด้านการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เพื่อประโยชน์ในการติดตามสถิติสถานะทางคดีรวมทั้งสถิติและสถานการณ์ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันสถานการณ์การค้ามนุษย์มีความซับซ้อนมากขึ้นรัฐบาลจึงได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพิ่มเติมเช่นบก.ปคม. สำนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์และแผนกคดีค้ามนุษย์ในสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อให้การดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นดังนั้นเพื่อให้สามารถรองรับการบันทึกข้อมูลสารสนเทศการดำเนินคดีการบันทึกข้อมูลสารสนเทศของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์การเชื่อมโยงข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่างๆรวมถึงการประมวลผลข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทยทั้งในระดับนโยบายและระดับผู้ปฏิบัติจึงได้ขยายความร่วมมือเรื่องฐานข้อมูลค้ามนุษย์ระหว่างหน่วยงานเพิ่มเติมจากเดิม 4 หน่วยงานเป็น 10 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวง พม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมการปกครอง และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง ครบถ้วน และครอบคลุม และเพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำไปต่อยอดการศึกษาวิเคราะห์เส้นทางและรูปแบบของการค้ามนุษย์ เพื่อประโยชน์ในการหารือกับประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของการค้ามนุษย์ ในการป้องกันมิให้เกิดการค้ามนุษย์โดยแก้ที่สาเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง



