
"ทนายตั้้ม"คว้ารางวัลศิษย์เก่าดีเด่นม.เกริก
"ทนายตั้้ม"คว้ารางวัลศิษย์เก่าดีเด่นม.เกริก เจ้าตัวเดินหน้าอบรบพื้นฐานกฏหมายเยาวชน ตั้งเป้ามีทนายประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ
6 สิงหาคม 2561 มหาวิทยาลัยเกริก จัดงาน “วันรำลึก 40 ปี ดร.เกริก” ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเกริกเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม โดย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ อธิการบดี กล่าวสดุดีท่านอาจารย์ ดร.เกริก มังคละพฤกษ์
ด้วยตัวแทนนักศึกษา 5 คน กล่าวสดุดีด้วยภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษากัมพูชา ภาษาลาว และภาษาไทย จากนั้นท่านอธิการบดีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณศิษย์เก่าดีเด่นทั้ง 8 ท่าน และมีการแสดงชุด “รำกลองยาว” ช่วงสุดท้ายเป็นการปาถกฐาพิเศษ เรื่อง “ภาวะผู้นำทางการศึกษาของอาจารย์ ดร.เกริก มังคละพฤกษ์” โดย ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย
ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์กระแส กล่าวว่า เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของดร.เกริกจะสืบทอดเจตนารมณ์ทางด้านวิชาการและเป็นสถาบันที่ให้ความรู้โดยเฉพาะหลักสูตรนานาชาติที่เปิดสอนภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ตลอดจนการสร้างภาวะการเป็นผู้นำที่มีความสำคัญในชีวิตแม้ว่าจะไม่ได้มีการศึกษาในชั้นสูงแต่ภาวะผู้นำถือเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันการศึกษาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งเราจะทำให้การเรียนรู้ไม่เพียงในห้องเรียนแต่จะทำให้ทุกที่เปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยและจะยึดหลักที่ความรู้ทำให้องอาจ
งานดังกล่าว"ษิทรา เบี้ยบังเกิด"(ทนายตั้้ม)เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ซึ่งได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นปี 2561 ของมหาวิทยาลัยเกริก กล่าวว่า ดีใจและถือเป็นรางวัลเกียรติยศ และจะตั้งใจทำงานเพื่อสังคมต่อไป เดิมเป็นคนไม่กล้าแสดงออกแต่เมื่อได้เข้ารับการศึกษาทำให้เปลี่ยนแปลงตัวเองนำความรู้ ฝึกฝนตนเอง กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกมากขึ้นตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่าความรู้ทำให้องอาจ และขอบคุณที่มหาวิทยาลัยได้ให้ความรู้ จึงอยากเชิญชวนบุคคลที่สนใจให้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ที่มหาวิทยาลัยและปัจจุบันมีการเปิดสอนในหลากหลายสาขาวิชามากขึ้น โดยเฉพาะด้านภาษา
สำหรับทนายตั้มมีโครงการอบรมให้ความรู้ทางด้านกฏหมายให้กับเยาวชนทั่วไปตามสถานการศึกษา เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่จะนำไปสู่การกระทำที่ผิดกฏหมายหรือไม่ถูกต้องเช่น การใช้สื่อโซเชียมีเดียต่าง ๆ การขับแข่งรถ ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับผู้อื่น เป็นต้น โดยใช้เหตุการณ์จริงเป็นตัวอย่างในลักษณะแบบพี่สอนน้อง นอกจากนี้ยังมีการติดตามผลการดำเนินการหลังจากอบรมไปแล้ว และมีเป้าหมายจะดำเนินการทั่วประเทศ เนื่องจากได้รับตอบรับเป็นอย่างดี อีกทั้งการให้มีทนายประชาชนในทุกจังหวัด ซึ่งขณะนี้ได้มีสมาชิกทั่วประเทศประมาณ 60,000 คน โดยผู้สนใจสมัครสมาชิกทนายประชาชนได้



