
เพชรเม็ดงามของอาเซียน
ผ่านพ้นไปแบบหมาดๆ สำหรับงาน ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ ประเทศไทย เราเป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้
ซึ่งพวกเราก็ทราบดีว่าการประชุมครั้งนี้ไปจัดที่ หัวหิน และก็แน่นอนที่จะทำให้บรรยากาศที่หัวหินคึกคักมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะของที่ระลึกก็จะขายดิบขายดี แต่ไม่รู้ว่าจะถึงขนาดเทน้ำเทท่าหรือเปล่า แต่อะไรก็ช่างเถอะเราก็ถือว่าการประชุมครั้งนี้ น่าจะมีสิ่งต่างๆ ที่ดีเกิดขึ้นตามมาอีกอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจของประเทศไทยเรา และอาเซียน รวมถึงสัมพันธไมตรี หรือระบบการปกครอง ซึ่งก็ไม่แน่ในอนาคตประเทศในกลุ่มอาเซียนอาจจะใช้เงินสกุลเดียวกันทั้ง 10 ประเทศ เหมือนกับทางยุโรปก็เป็นไปได้ เพราะอย่างน้อยที่สุดตอนนี้เราก็มีเพลงประจำชาติอาเซียน เป็นเพลงเดียวกัน แล้วก็อาจจะมีแนวโน้มที่จะใช้เงินสกุลเดียวกันได้ เหมือนกับเพลงประจำชาตินั่นเอง
เอาละครับไหนๆ ก็เขียนถึงเพลงประจำชาติอาเซียนแล้ว เรามาดูกันว่าเพลงประจำชาติอาเซียนมีที่มาที่ไปอย่างไร ใครเป็นผู้แต่งเพลงนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญที่ทั้ง 10 ประเทศจะต้องยอมรับว่า เพลงนี้เป็นเพลงของพวกเราทั้ง 10 ประเทศ ที่จะต้องใช้ประจำในยามที่พวกเราชาวอาเซียนมารวมตัวกันในวาระต่างๆ และผมคิดว่าการแข่งขัน กีฬาซีเกมส์ ในครั้งต่อไปที่จะจัดที่ ประเทศลาว เพลงนี้ก็อาจจะต้องบรรเลงกระหึ่มในช่วงของพิธีเปิดอย่างแน่นอน
เพลงประจำชาติอาเซียน ดังที่ผมกล่าวมานี้ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ เขาจะให้คนของประเทศโน้น หรือคนประเทศนี้แต่งได้เลย หรือมองว่าคนนี้เก่งมาก หรือคนนั้นมีชื่อเสียงโด่งดัง และเก่งกาจระดับโลกก็เชิญมาให้แต่งเพลงประจำชาติอาเซียนได้ทันที เพราะถ้าทำแบบนั้น ประเทศที่เหลืออีก 9 ประเทศ เขาจะไม่มีทางยอมรับเพลงนี้เป็นเพลงประจำชาติอาเซียน เพราะฉะนั้นทางออกก็คือ การจัดประกวด โดยให้บุคคลทุกๆ ประเทศในอาเซียนมีโอกาสส่งเพลงได้ทุกคน แบบถ้วนหน้า ซึ่งหมายความว่า คุณจะเป็นใครก็ได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งนักดนตรีข้างถนน หรือคนเก่งๆ ระดับโลก ขอให้คุณเป็นคนในแถบประเทศอาเซียน และเก่งจริงก็ส่งเข้ามาได้เลย โดยมีเงินรางวัล 2 หมื่นดอลลาร์ เป็นเครื่องล่อใจ รวมถึงเกียรติยศที่มีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ รอคุณอยู่ข้างหน้า
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีผู้คนจากประเทศต่างๆ ส่งเพลงของตนเองที่คิดว่าเพลงของเขาดีแล้ว และเหมาะสมที่จะเป็นเพลงประจำชาติอาเซียนเข้ามาประกวดกันหลายร้อยเพลง และท้ายที่สุดเพลงที่ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการที่เป็นชาวอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ก็เป็นเพลงของคนไทยกลุ่มหนึ่งที่ช่วยกันระดมความคิด ซึ่งในกลุ่มนี้ก็จะมีอยู่ 3 คน คือ คุณพยอม วลัยพัชรา เป็นผู้แต่งเนื้อร้อง อ.สำเภา ไตรอุดม กับ อ.กิตติคุณ สดประเสริฐ ช่วยกันแต่งทำนอง โดยคนสุดท้ายเป็นผู้เรียบเรียงเพลงในรูปแบบออเคสตรา
และจากการที่ผมได้ศึกษาประวัติของคนกลุ่มนี้ ก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่ได้พิเศษเกินมนุษย์ทั่วไป เอาไว้ฉบับหน้าผมจะมาสาธยายให้อ่าน เพื่อให้ชาวไทยได้ภูมิใจในตัวพวกเขา แต่ผมเองก็แปลกใจว่าทำไมบุคคลกลุ่มนี้แทบจะไม่มีใครทราบว่าพวกเขาเป็นผู้แต่งเพลงนี้ ยิ่งเพลงของพวกเขาแล้วก็ไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์เท่าใดนัก แต่กลายเป็นเพลงของที่อื่นที่นำมาใช้เป็นการโปรโมทงานประชุมในครั้งนี้ และได้รับการโปรโมทมากกว่าเพลงที่ประกวดชนะ แต่อย่างไรก็ดี ผมขอแสดงความยินดี และชื่นชมบุคคลทั้งสามนี้ และก็ถือว่าพวกเขาเป็นเพชรเม็ดงามของประเทศอาเซียน แต่คงไม่ใช่เพชรเม็ดงามของเมืองไทยหรอกครับ...อ้าววว โอด
"ขุนอิน"



