ไลฟ์สไตล์

จุรินทร์ทัวร์ฝรั่งเศสเยี่ยม2มหา’ลัยดัง-ปั้นคนรับใช้ชาติ

จุรินทร์ทัวร์ฝรั่งเศสเยี่ยม2มหา’ลัยดัง-ปั้นคนรับใช้ชาติ

22 ต.ค. 2552

ระหว่างร่วมประชุมสมัยสามัญยูเนสโกครั้งที่ 35 ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 7-11 ตุลาคมที่ผ่านมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถือโอกาสเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยของที่นี่ด้วย แห่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ มหาวิทยาลัยรัฐศาสตร์ที

 สำหรับชาวฝรั่งเศสแล้ว ที่นั่งในมหาวิทยาลัยมีพอสำหรับทุกคน จึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันสอบเข้าอย่างหฤโหดเหมือนประเทศไทย ทั้งยังไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเล่าเรียนเองด้วย เพราะการศึกษาระดับอุดมศึกษาถือเป็นสิทธิและสวัสดิการที่รัฐต้องจัดให้ทุกคน

 แต่สำหรับมหาวิทยาลัยรัฐศาสตร์ หรือ Sciences Po (Institut d'tudes Politiques de Paris)นั้นแตกต่างออกไป ที่นี่ทุกคนต้องฝ่าฟันอย่างยากลำบากจึงจะเข้าไปนั่งเรียนได้ แถมยังต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งด้วย แต่ Sciences Po กลับติดอันดับ 1 ใน 5 ของมหาวิทยาลัยด้านรัฐศาสตร์ นักการเมืองชั้นนำของฝรั่งเศสหลายคนเป็นศิษย์เก่าที่นี่ รวมทั้ง ฌาค ชีรัค และ นิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีตและประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

 Richad Descoings อธิการบดี Sciences Po ให้ข้อมูลว่า Sciences Po เป็นสถาบันชั้นสูงซึ่งมีฐานะเหนือกว่ามหาวิทยาลัยทั่วไป ผู้ที่ก้าวเข้าเรียนที่นี่ได้ต้องมีผลการเรียนระดับมัธยมปลาย 3.8 ขึ้นไป แน่นอน หัวกะทิระดับนี้มักจะมาจากครอบครัวที่มีความพร้อมสูงกว่าธรรมดา และนั่นน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ที่นี่ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพออกมาได้ หัวกะทิที่มีฐานะดี ย่อมมีโอกาสเติบโตไปเป็นชนชั้นนำสูง ดังนั้นศิษย์เก่าของ Sciences Po จึงมีนักการเมืองชื่อดังอยู่

 ฐานะทางครอบครัวมีความจำเป็นสำหรับการเรียนที่นี่ด้วย เพราะ Sciences Po เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ด้วยคุณภาพที่คับแก้วจึงได้งบประมาณสนับสนุนจากรัฐ 60% ที่เหลืออีก 40% Richad บอกว่า สถาบันต้องหาเงินมาเอง ส่วนหนึ่งก็มาจากการขอให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมกับการจัดการศึกษาด้วย โดยให้จ่ายมากน้อยลดหลั่นไปตามรายได้

 ที่น่าสนใจคือ Sciences Po กำหนดให้นักศึกษาทุกคณะวิชาต้องไปเรียนในต่างประเทศเป็นเวลา 1 ปี ในปีสุดท้ายของหลักสูตร โดยระดับปริญญาตรีซึ่งเรียน 3 ปี ขณะที่หลักสูตรปริญญาโทซึ่งเรียน 4 ปี และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง การที่นักศึกษาที่เรียนแบบเน้นวิจัยถูกส่งไปเรียนรู้ในประเทศต่างๆ ข้อมูล งานวิจัยที่ได้ติดตัวกลับมา ย่อมเป็นเหมือนกล้องทางไกลให้ประเทศแม่มองเห็นความเป็นไป กลไกทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมในประเทศอื่น ซึ่งสามารถหยิบไปใช้เป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างมากทั้งในเชิงเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบัณฑิตจากที่นี่ ก็คือ ว่าที่นักปกครองของฝรั่งเศสในอนาคต

 ขณะเดียวกัน ทิศทางการจัดการศึกษาของ Sciences Po ก็สอดคล้องกับอนาคตของประเทศด้วย หลังจากอเมริกาสูญเสียความยิ่งใหญ่ ประเทศในแถบเอเชียก้าวขึ้นมาท้าทายความเป็นเบอร์หนึ่งของเศรษฐกิจโลกแทน Sciences Po หันมาให้ความสำคัญต่อประเทศในแถบเอเชียมากขึ้น เพิ่มความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในทวีปนี้ ทั้งยังเตรียมทยอยเปิดสอนภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ รวมทั้งภาษาไทยด้วย

 และนี่คือตัวอย่างของสถาบันอุดมศึกษาที่ออกแบบการจัดการศึกษาของตัวเองได้อย่างเป็นประโยชน์ต่อประเทศ อย่างไรก็ตาม Sciences Po ได้ขอให้กระทรวงศึกษาธิการของไทยช่วยรับรองมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพพอให้นักศึกษาของเขามาเรียน ปัจจุบันในไทยมีมหาวิทยาลัยเพียง 3 แห่ง คือ จุฬาฯ ม.ธรรมศาสตร์ และ เอ็มไอที ซึ่งนายจุรินทร์รับปากจะรับรองให้มหาวิทยาลัยวิจัยของไทยทั้ง 9 แห่ง พร้อมรับนักศึกษาจาก Sciences Po

 อีกมหาวิทยาลัยที่ รมว.ศึกษาธิการดูงานคือ "Institut Universitaire de Technologies de Chartres (IUT)" ซึ่งน่าจะนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาวิทยาลัยอาชีวศึกษา หรือวิทยาลัยชุมชนของไทย

 IUT เปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพชั้นสูงในหลายสาขาวิชา เช่น วิศวกรรมไฟฟ้า โลจิสติกส์ อย่างไรก็ตามที่เมือง Chartres ซึ่งตั้งอยู่ประมาณ 100 กิโลเมตร ทางเหนือของปารีสนี้ เป็นแหล่งอุตสาหกรรมผลิตน้ำหอมเกือบ 350 ยี่ห้อ เช่น Paco Rabanne หรือ Nina Ricci เพราะฉะนั้นจึงเปิดหลักสูตรทางด้านน้ำหอมและเครื่องสำอาง และเป็นสาขาวิชาหลักที่มีนักศึกษาเรียนอยู่ถึงร้อยละ 30 ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมดประมาณ 300 คน

 โดยจัดการเรียนการสอนครอบคลุมทั้งวงจร นักศึกษาจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัตถุดิบ การผลิตจนถึงเรื่องการทำหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ และจากความร่วมมือของสถาบันและสถานประกอบการ นักศึกษาจะได้ไปฝึกงานในโรงงานผลิตน้ำหอมด้วย นอกจากนั้น IUT ยังร่วมมือกับภาคเอกชนวิจัยคิดค้นนวัตกรรมใหม่มาใช้ในธุรกิจนี้

 และนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างเช่นกันของการจัดการศึกษาตอบความต้องการของชุมชนตลอดไปจนถึงความต้องการของประเทศโดยอาศัยความร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้อุตสาหกรรมทำรายได้ของประเทศไม่สะดุดเพราะขาดแคลนแรงงานฝีมือแล้ว ยังเป็นหลักประกันว่าผู้ที่จบออกมาจะมีงานทำแน่นอน ไม่ต้องออกมาเตะฝุ่นรองานเหมือนบัณฑิตของไทย

 0 สุพินดา ณ มหาไชย 0 เรื่อง
 0 สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ 0 ภาพ