
หมอวิชัยเสนอครม.อนุมัติเพิ่มก่อสร้างรง.วัคซีนหวัด
"หมอวิชัย เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติเพิ่มก่อสร้าง รง.วัคซีนหวัด 2009 จ.สระบุรี ใช้งบ 300 ล้าน หลังเจราจา มจธ. ไม่คุ้มลงทุน
นพ.วิชัย โชควัฒน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ว่า จากการประชุมร่วมกันระหว่างผู้วิจัยวัคซีนหวัด 2009 ล่าสุดนั้น เป็นการหารือเกี่ยวกับวิธีในการตรวจหาการปนเปื้อนของเชื้อในวัคซีนที่ยังเป็นปัญหา แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าวัคซีนมีการปนเปื้อน เพียงแต่ในการผลิตวัคซีนจำเป็นต้องมีวิธีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีนที่ผลิตได้ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล นอกจากยังต้องเดินหน้าหาวิธีการเพื่อทำให้วัคซีนเกิดความคงตัวมากที่สุด ซึ่งเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องทำการวิจัยต่อ เนื่องจากปกติวัคซีนจะต้องคงตัวอยู่ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ในระยะเวลา 1 ปี แต่ทางคณะผู้วิจัยจะทำการวิจัยเพื่อให้วัคซีนสามารถจัดเก็บได้ในอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้
“ขณะนี้การวิจัยวัคซีนหวัด 2009 มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งเดินหน้าไปกว่า 90% แล้ว และเชื่อว่า การผลิตวัคซีนน่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ได้” ประธาน อภ. กล่าว และว่า สำหรับในการสั่งนำเข้าวัคซีนหวัด 2009 ชนิดเชื้อตายจำนวน 2 ล้านโด๊สนั้น ล๊อตแรก 1 ล้านโด๊สจะส่งมาถึงในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ และล๊อตที่ 2 อีก 1 ล้านโด๊สจะส่งถือในวันที่ 2 มกราคม 2553 ส่วนการสั่งจองวัคซีนเพิ่มเติมนั้น เป็นเรื่องนโยบายรัฐบาล แต่เท่าที่ประเมินสถานการณ์หวัด 2009 นั้น พบว่าการแพร่ระบาดของโรคลดลง
นอกจากนี้ นพ.วิชัย ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดสร้างโรงงานผลิตวัคซีนหวัด 2009 ว่า ขณะนี้ทาง อภ.ได้ยกเลิกการเจราจาในการใช้สถานที่ผลิตที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) แล้ว หลังจากที่ได้ประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะสามารถเช่าพื้นที่ผลิตได้เพียงแค่ 5 ปี และต้องเจราจาเพื่อต่อสัญญาอีก 10 ปี แต่หากลงทุนก่อสร้างผลิตโรงงานวัคซีนเองจะคุ้มค่ามากกว่า เพราะจะเป็นของ อภ.เอง ดังนั้นจึงอยู่ระหว่างการนำเสนอ ครม. โดยจะก่อสร้างเพิ่มเติมที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยจะใช้งบประมาณในการลงทุนก่อสร้างจำนวน 300 ล้านบาท



