ไลฟ์สไตล์

คุมศึกษานอกที่ตั้งอย่าหวังค้ากำไรก.พ.ไม่รับรองวุฒิ

คุมศึกษานอกที่ตั้งอย่าหวังค้ากำไรก.พ.ไม่รับรองวุฒิ

21 ต.ค. 2552

“จุรินทร์ “ พบ นายกสภามหาวิทยาลัย! จี้ใช้อำนาจเบอร์หนึ่งของสภาฯ ควบคุมการจัดการศึกษานอกสถานที่ให้มีมาตรฐาน อย่าหวังแต่ค้ากำไร ขู่ระวัง ก.พ.ไม่รับรองวุฒิ -กยศ.ไม่ปล่อยกู้ให้ พร้อมถามหาความรับผิดชอบการในการสรรหาและแต่งตั้งอธิการบดี ระบุสกอ.รับเรื่องร้องเรีย

 (21ต.ค.) นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวในการประชุมนายกสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ซึ่งมีนายกสภามหาวิทยาลัย 68 คน จากกลุ่มมหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยใมนกำกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเอกชน และวิทยาลัยชุมชน เข้าร่วมประชุม ว่า อยากให้นายกสภามหาวิทยาลัยใช้อำนาจสภามหาวิยาลัยเข้าไปดูแลการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง ต้องยอมรับความจริงว่า การจัดการศึกษานอกที่ตั้งของบางมหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพเพียงพอ ทั้งนี้เพราะมหาวิทยาลัยหวังในเชิงพาณิชย์มากเกินไป ซึ่งในการสัมมนาปฏิรูปการศึกษารอบสอง เมื่อวันที่17-18 ตุลาคมที่ผ่านมาจากที่ประชุมชี้ว่า มหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งจัดการศึกษานอกที่ตั้งโดยยึดความต้องการของผู้บริหารมากกว่าความพร้อมของมหาวิทยาลัย

 อย่างไรก็ตาม ศธ. ได้ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกที่ตั้งและมีผลบังคับใช้แล้ว ในรายละเอียดกำหนดชัดเจนว่า มหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษานอกที่ตั้งจะต้องจัดให้ได้มาตรฐานเกี่ยวกับตัวสถาบันแม่ เพราะฉะนั้น ทุกมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องทำให้ได้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว มิฉะนั้นอาจจะเกิดปัญหาในอนาคตได้ เช่น ก.พ. ไม่รับรองวุฒิ การจัดการศึกษานอกที่ตั้ง ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ กยศ.ไม่ยอมปล่อยกู้ให้กับการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง รวมทั้งอาจต้องมีการเปิดเผยข้อมูลการจัดการศึกษานอกที่ตั้งของแต่ละมหาวิทยาลัยให้สาธารณชนรับรู้ เพื่อเป็นการประกันคุณภาพให้แก่ผู้เรียน

 นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ศธ.จะใช้กยศ.เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายด้านอุดมศึกษาให้มากขึ้นด้วย โดยจะใช้กยศ.เป็นกลไลผลักดันให้มหาวิทยาลัยเน้นเปิดสอนวิชาที่ขาดแคลน ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 400 สาขา ในภาคอุตสาหกรรมเกษตร บริการ และพาณิชย์ ดังนั้น จะให้ กยศ.เน้นปล่อยให้กู้ให้สาขาวิชาที่ขาดแคลน เพราะแธนั้นต่อไปมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน โดยเฉพาะเอกชน ซึ่งต้องพึ่งเด็กกู้เงินเข้าไปเรียน ขอให้เน้นเปิดสอนในสาขาวิชาที่ขาดแคลน

 “ ขอให้นายกฯสภาเข้าไปดูแล การสรรหาและแต่งตั้งอธิการบดีให้เป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบของมหาวิทยาลัยด้วย เนื่องจากปี 2551-2552 มีการร้องเรียนเรื่องการสรรหาและแต่งตั้งอธิการบดีมายัง สกอ.และรมว.ศธ. จำนวน 16 แห่ง ซึ่งมี 3 ส่วน ได้แก่1. คุณสมบัติไม่เหมาะสม 2. ความประพฤติของอธิการบดีและผู้บริหารระดับสูงของสถาบันและ 3. การสรรหาและแต่งตั้งอธิการบดีไม่เป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบของมหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีสถาบันจำนวน 5 แห่ง ที่ยังเดินหน้าสรรหาและแต่งตั้งอธิการบดีให้เป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบของมหาวิทยาลัยไม่ได้ ซึ่งยังอยู่ขั้นตอนการตรวจสอบและศาลปกครองระงับการบริหารงานในมหาวิทยาลัยนั้นๆ “ รมว.ศธ. กล่าว

 นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าอำนาจทั้งหมดอยู่ที่สภามหาวิทยาลัย ดังนั้นกรณีร้องเรียนที่เกิดขึ้นจึงทำได้เพียงส่งกลับไปยังสภามหาวิทยาลัยให้มีการพิจารณาใหม่อีกครั้ง เพราะรมว.ศธและสกอ.ไม่มีอำนาจ ดังนั้นอยากฝากให้นายกสภามหาวิทยาลัยให้กลั่นกรอง ดูแลการสรรหาและแต่งตั้งอธิการบดีให้เป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบของมหาวิทยาลัย อย่างเคร่งครัด เพราะในส่วนนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง หากเกิดปัญหาขึ้นก็จะกระทบต่อมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตามตนจะส่งเรื่องกลับไปให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอีกครั้ง

 สำหรับเรื่องการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ ต้องการให้มีมาตรฐานการกำกับการผลิตและการพัฒนาครู เมื่อมีข้อเสนอให้จัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ จึงเกิดคำถามว่าจะซ้ำซ้อนกับสถาบันที่ผลิตครูหรือไม่ ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าไม่ซ้ำซ้อน
อย่างไรก็ตามตนยินดีรับฟังความคิดเห็นจากทุกท่าน การกำหนดมาตรฐานการกำกับการผลิตและการพัฒนาครู ไม่ตายตัวเพราะการกำหนดมาตรฐานการกำกับการผลิตและการพัฒนาครู มีเป้าหมายยกระดับคุณภาพครู เพราะครูเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษา ดังนั้นได้มอบให้ สกศ.ไประดมความคิดเห็นอีกครั้ง และอะไรที่ดีที่สุดสหรับการพัฒนาการศึกษาของชาติตนจะตัดสินใจอย่างนั้น

 “ขอฝากเรื่องมาตรฐานของอุดมศึกษาเพราะจากผลการประเมินรอบ 2 ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่งพบว่าสถาบันอุดมศึกษา 145 แห่ง มี 15 แห่งที่ไม่ผ่านเกณฑ์ สมศ. และยังมีที่รอพินิจด้วย ซึ่งในส่วนนี้อยากขอให้นายกฯ ได้ร่วมกับสภามหาวิทยาลัยในการที่จะผลักดันให้เกิดคุณภาพมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นเหตุที่ ศธ. ได้ลงนามในประกาศ ศธ.เรื่องการกำหนดมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพของระดับอุดมศึกษา หรือเรียกว่า TQF และขณะนี้ทาง สกอ.กำลังดำเนินการกำหนด TQF ของ 10 สาขาให้เสร็จก่อนโดย 1 ใน 10 สาขานั้นมีสาขาวิชาชีพครูที่ผมกำชับขอให้ทำอย่างละเอียด ส่วนที่เหลืออีก 40 สาขาจะเริ่มได้ภายในปี 2553”นายจุรินทร์ กล่าว