ไลฟ์สไตล์

เจ็บแน่นหน้าอก

เจ็บแน่นหน้าอก

22 ต.ค. 2552

อาการเจ็บแน่นหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงและพบได้มากขึ้นในคนไทย

อาการเจ็บแน่นหน้าอกสามารถเกิดได้จากปัญหาของอวัยวะหลายอย่างเช่น ปอด (ลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดแดงใหญ่ขั้วปอด, ถุงลมปอดแตกรั่ว) หลอดอาหารและกระเพาะอาหาร (หลอดอาหารหดเกร็งตัว, กรดไหลย้อน) หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องทรวงอก (ปริแตกหรือฉีกขาด) กล้ามเนื้อและกระดูกอ่อนบริเวณทรวงอก (อักเสบ) และหัวใจ (กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, ลิ้นหัวใจตีบ, เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ)
 ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะปัญหาการเจ็บแน่นหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงและพบได้มากขึ้นในคนไทย

สาเหตุที่มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ
 - หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมีการตีบหรืออุดตันจากคราบไขมันที่ฝังตัวอยู่ในหลอดเลือด
  - หลอดเลือดหัวใจหดเกร็งตัว
 - ลิ้นหัวใจตีบ
 - กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ
 - ภาวะโลหิตจางรุนแรง ฯลฯ

ลักษณะจำเพาะของอาการเจ็บแน่นหน้าอกที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
 - เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกของหนักๆ มาทับ หรือเหมือนถูกบีบรัด
 - อาจมีร้าวไปที่คอ กราม หัวไหล่ หรือแขนซ้าย
 - อาจมีเหงื่อแตกหรือใจสั่นร่วมด้วย
 - อาการจะเกิดขึ้นและถึงจุดที่เป็นมากที่สุดในเวลาไม่กี่นาที
 - มักถูกกระตุ้นด้วยการออกแรง ยกของหนัก อารมณ์เครียด โกรธ
 - อาการจะทุเลาลงเมื่อได้ยาขยายหลอดเลือดชนิดอมหรือพ่นใต้ลิ้น

อาการที่มักไม่ใช่ลักษณะของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
 - เจ็บจี๊ดๆ หรือแปลบๆ เหมือนมีเข็มหรือของแหลมทิ่มแทง
 - จุกเสียดบริเวณลิ้นปี่
 - อาการเจ็บเป็นเวลาไอ, หายใจเข้าออกลึกๆ, เวลาขยับหรือเอี้ยวตัว, เวลายกแขน
 - เจ็บเป็นช่วงเวลาสั้นมากๆ เป็นวินาทีแล้วหายไป หรือเป็นติดต่อกันนานหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน

การวินิจฉัย
 เมื่อมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกควรเข้ารับการตรวจทันทีเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องรวดเร็ว เนื่องจากมีโรคหลายชนิดที่มีอันตรายถึงชีวิตหากได้รับการรักษาช้า เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องอกฉีกขาดหรือโรคลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดแดงใหญ่ขั้วปอด
 นอกจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อหาว่าสาเหตุของอาการมาจากอวัยวะใด ยังต้องมีการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการบางอย่างเพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัย เช่น การตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ทรวงอก ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง ตรวจคลื่นหัวใจขณะเดินสายพาน และตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

การป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
 1.หลีกเลี่ยงอาหารหวาน อาหารที่มีไขมัน กะทิ รวมทั้งไข่แดง
 2.ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย เช่น ผัก ผลไม้ ปลา และอาหารที่มีกากมาก
 3.ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง นานครั้งละ 20 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลา
 4.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
 5.การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
 6.ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน
 7.ตรวจเช็กสุภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่ถ้ามีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเป็นๆ หายๆ ควรปรึกษาแพทย์
โรงพยาบาลพญาไท
โทร.1772