Kom Lifestyle

'เกาะสีชัง' รับมือโลกร้อน ส่งขยะ!! กลับบ้าน

'เกาะสีชัง' รับมือโลกร้อน ส่งขยะ!! กลับบ้าน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ทต.เกาะสีชัง รับไม่ไหวจัดการขยะ 20 ตัน/วัน รณรงค์ "สร้างภูมิ คุ้มนิเวศ" หวัง "สีชังโมเดล" ต้นแบบขยายผลจัดการขยะในพื้นที่ทะเลและชายฝั่ง

           22 ก.ค.61 - ที่เทศบาลตำบลเกาะสีชัง อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก3) ร่วมกับเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ขับเคลื่อนรณรงค์ "สร้างภูมิ คุ้มนิเวศ" (Eco Cobuild) ปฏิบัติการชุมชนภิวัฒน์รับมือภาวะโลกร้อน : ส่งขยะกลับบ้าน โดยนายอำเภอเกาะสีชัง , ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดงานกิจกรรมรณรงค์ ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ประมาณ 600 คน

'เกาะสีชัง' รับมือโลกร้อน ส่งขยะ!! กลับบ้าน

             โดย "นายดำรงค์  เภตรา" นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง กล่าวว่า สถานการณ์ขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลเกาะสีชัง มาจาก 3 ส่วน คือ 1.ขยะมูลฝอยบนบก 2.ขยะมูลฝอยทะเลในเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง 3.ขยะมูลฝอยในทะเลที่อยู่นอกเขตเทศบาลเกาะสีชัง รวมมีปริมาณขยะที่ต้องบริหารจัดการประมาณ 20 ตันต่อวัน หรือ 600 ตันต่อเดือน

             จากการดำเนินการที่ผ่านมา เทศบาลเกาะสีชัง สามารถที่จะพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยได้เป็นระบบมากขึ้น มีการดำเนินการที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนเกาะสีชัง ซึ่งชุมชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการขยะมูลฝอย เช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนประมงพื้นบ้านเกาะสีชัง จิตอาสาอำเภอเกาะสีชัง สภาเด็กเทศบาลตำบลเกาะสีชัง กลุ่มเยาวชนโรงเรียนเกาะสีชัง อสม.อำเภอเกาะสีชัง เป็นต้น โดยทุกภาคส่วนเป็นกลไกสำคัญของการมีส่วนร่วมของการจัดการขยะ สำหรับการขับเคลื่อนรณรงค์ "สร้างภูมิ คุ้มนิเวศ" (Eco Cobuild) ปฏิบัติการชุมชนภิวัฒน์รับมือภาวะโลกร้อน : ส่งขยะกลับบ้าน ที่เป็นความร่วมมือกับทางสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของภาคีเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ นับได้ว่าเป็นกลไกการขับเคลื่อนในการปกป้องระบบนิเวศชุมชนโดยใช้พื้นที่เป็นฐานในการพัฒนาโดยได้มีการวางแผนกิจกรรมรณรงค์ไว้ 3 กิจกรรมประกอบด้วย

             1.การเก็บขยะพื้นที่ชายฝั่ง โดยผู้ร่วมกิจกรรมรณรงค์ บริเวณพื้นที่ชายหาดถ้ำพัง 2.การจับขยะพื้นที่ทะเล โดยประยุกต์ใช้เครื่องมือประมงพื้นบ้าน และภูมิปัญญาความเข้าใจเรื่องทิศทางลมบริเวณชายฝั่งของชาวประมงพื้นบ้าน,ชมรมเรือเล็กดำเนินการลาก ล้อม จับขยะบนผิวน้ำบริเวณเกาะสีชัง และ 3.การส่งขยะกลับขยะบ้าน โดยผู้ร่วมกิจกรรมรณรงค์ ร่วมกันลำเลียงขยะไปยังศูนย์กำจัดขยะเทศบาลตำบลเกาะสีชัง เพื่อคัดแยกและกำจัดให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

'เกาะสีชัง' รับมือโลกร้อน ส่งขยะ!! กลับบ้าน

             ด้าน "น.ส.ดวงพร เฮงบุณยพันธ์" ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. กล่าวว่า การขับเคลื่อนระบบนิเวศชุมชนจากฐานคิด "ต้องอนุรักษ์และฟื้นฟู ดิน น้ำ ป่า ให้เป็นระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อดิน น้ำ ป่า สมบูรณ์จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างระบบอาหารปลอดภัย และช่วยป้องกันการเกิดภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ ของชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการบริหารจัดการขยะชุมชนให้เหมาะสมจะนำไปสู่การสร้างทางเลือกพลังงานหมุนเวียน และจะเป็นการป้องกันความเสื่อมโทรมและเสียหายให้แก่ระบบนิเวศชุมชน เป็นการปรับตัว (Adaptation) และการบรรเทา(Mitigation) ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ภาวะโลกร้อน) โดยชุมชนท้องถิ่น 

            สำหรับกิจกรรม "สร้างภูมิ  คุ้มนิเวศ" ปฏิบัติการชุมชนภิวัฒน์รับมือภาวะโลกร้อน ประกอบด้วย กิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการรักษาสภาพความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรป่า การจัดการขยะชุมชน พลังงานหมุนเวียน อาหารปลอดภัย และภัยพิบัติ เพื่อเป็นกลไกการขับเคลื่อนให้เกิดการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก ความร่วมมือ การปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ ฟื้นฟู ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะเป็นปัจจัยสนับสนุนระบบสุขภาพ และสร้างวิถีการดำรงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Environmental Friendly) ของชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

'เกาะสีชัง' รับมือโลกร้อน ส่งขยะ!! กลับบ้าน

'เกาะสีชัง' รับมือโลกร้อน ส่งขยะ!! กลับบ้าน

            ขณะที่ "นายสมพร  ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ สสส. กล่าวว่า การจัดการขยะของเทศบาลตำบลเกาะสีชังถือเป็นการน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ในการขับเคลื่อนดำเนินการอย่างแท้จริง ซึ่งสอดคล้องกับ "ปฏิญญาเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ประจำปี 2561" ข้อแรก คือ ร่วมกันทบทวนปฏิบัติการตนเองและสร้างรูปธรรมตามศาสตร์ของพระราชา ว่าด้วยการปฏิรูประบบปฏิบัติการเพื่อการปกปักรักษา และการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศชุมชน ข้อที่ 2.สานและเสริมพลังกับหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ตามกฎหมาย ข้อที่ 3.ผลักดันให้ข้อเสนอและชุดความรู้จากการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยชุมชนท้องถิ่น

           "มนุษย์ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรม มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อนำไปสู่ สิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนสุขภาพ (Supportive Environments for Health) ที่เกิดจากความร่วมมือกันในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับโลก ดังเช่นความร่วมมือหรือปฏิบัติการการบริหารจัดการระบบนิเวศชุมชนของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ โดยมุ่งหวังว่า ทั้ง 3 กิจกรรมปฏิบัติการขับเคลื่อนรณรงค์สร้างภูมิ คุ้มนิเวศจะเป็นส่วนหนึ่งของการจุดประกาย กระตุ้น สาน และเสริมพลังจากทุกภาคส่วนภายในชุมชนท้องถิ่นให้ร่วมกันขับเคลื่อนเสริมสร้างขีดความสามารถ สังคม สิ่งแวดล้อม ที่เอื้อต่อสุขภาวะในพื้นที่ทะเลอันดามัน แม่น้ำ ลำธาร คลอง และพื้นที่อื่นๆ 
ภายในชุมชนท้องถิ่นต่อไป"

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง