Kom Lifestyle

"ปฏิญญามหาสารคาม"พักหนี้ครูแค่1%ของ4แสนล้านที่มีปัญหา??

"ปฏิญญามหาสารคาม"พักหนี้ครูแค่1%ของ4แสนล้านที่มีปัญหา??
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"ปฏิญญามหาสารคาม"พักหนี้ครูแค่1%ของ4แสนล้านที่มีปัญหา?? : รายงาน  โดย... เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ [email protected] -

   
          วงการครูถูกวิจารณ์อย่างหนักอีกครั้งหนึ่งหลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการประกาศ "ปฏิญญามหาสารคาม" วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 มีข้อเสนอ 2 ข้อระบุว่า ขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทุกโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป และข้อ 2 ลูกหนี้ ช.พ.ค. จำนวน 450,000 คน จะดำเนินการยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป 

          มีการตั้งคำถามว่า การประกาศคว่ำบาตรไม่ใช้หนี้จนเป็นกระแสวิจารณ์อย่างหนักจากโซเชียล ความไม่เหมาะสม ทั้งที่เป็นครูควรเป็นตัวอย่างที่ดี และยังเป็นเรื่องน่าอาย เป็นหนี้แล้วไม่จ่ายสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างถึงความไม่เหมาะสมที่แม่พิมพ์ของชาติสามารถทำแบบนี้ได้หรือไม่ ขณะที่กระแสเรียกร้องให้ดูแลปัญหาหนี้สินครูนั้นมีให้เห็นในทุกรัฐบาล!!

          ว่ากันว่า มูลค่าหนี้สินครูสูงถึง 1 ล้านล้านบาท มาจากแหล่งเงินกู้ทั้งจากสถาบันการเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ครู การกู้หนี้นอกระบบ เป็นช่องทางให้กู้ที่บางรายมีหนี้ที่เกิดขึ้นจากทุกแหล่ง และที่สุดไม่สามารถชำระหนี้ได้กลายเป็นภาวะหนี้วิกฤติ ซึ่งหนี้ที่เห็นชัดเจนเป็นหนี้จากการกู้เงินโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งมีถึง 7 โครงการ ที่ให้สมาชิก ช.พ.ค. ทั้งที่ยังรับราชการอยู่กว่า 5 แสนคนรวมกับข้าราชการบำนาญกว่า 9 แสนคน ยื่นกู้ได้

 

 

"ปฏิญญามหาสารคาม"พักหนี้ครูแค่1%ของ4แสนล้านที่มีปัญหา??

 

          จากข้อมูลผู้กู้เงินโครงการสวัสดิการเงินกู้ช.พ.ค.1-7 ล่าสุดวันที่ 30 เมษษยน 2561 ของธนาคารออมสินและสำนักงาน สกสค. พบว่าผู้กู้รวม 483,578 บัญชี เป็นเงิน 410,923 ล้านบาท จำแนกได้ดังนี้ โครงการ ช.พ.ค.1 วงเงิน 2 แสนบาท จำนวน 10,519 บัญชี เป็นเงิน 2,030.89 ล้านบาท, โครงการ ช.พ.ค.2 -โครงการ ช.พ.ค.3 วงเงิน 2 แสนบาท จำนวน 23,404 บัญชี เป็นเงิน 2,623.49 ล้านบาท โครงการ ช.พ.ค.4 วงเงิน 2 แสนบาท จำนวน 4,803 บัญชี เป็นเงิน 624.04 ล้านบาท, โครงการ ช.พ.ค.5 วงเงิน 6 แสนบาท จำนวน 45,573 บัญชี เป็นเงิน 20,113.65 ล้านบาท โครงการ ช.พ.ค.6 วงเงิน 1.2 ล้านบาท จำนวน 175,780 บัญชี เป็นเงิน 146,943.87 ล้านบาท, โครงการ ช.พ.ค.7 วงเงิน 3 ล้านบาท จำนวน 223,499 บัญชี เป็นเงิน 238,586.99 ล้านบาท

          ที่ผ่านมามีความพยายามงัดสารพัดมาตรการ โครงการเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครูมาเป็นระยะ ตั้งแต่โครงการลดภาระหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา, การปรับโครงสร้างหนี้, การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษากับประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู (กลุ่มนำร่อง) ระหว่างสกสค.และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ฯลฯ
    
          ล่าสุดคือการลดดอกเบี้ยที่สกสค.และธนาคารออมสิน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.-ช.พ.ส.ครั้งที่ 1 ในส่วนของเงินกู้โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.2-7 และโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ไปตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
   
          โดยได้ยกเลิกเงื่อนไขในเอ็มโอยูฉบับเดิมที่กำหนดให้ธนาคารออมสินจ่ายเงินให้สำนักงาน สกสค. ผ่านกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการช.พ.ค.ช.พ.ส. ตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนดตามแต่ละโครงการอยู่ที่ 0.5-1% ซึ่งเดิมธนาคารให้นำไปใช้ในการพัฒนาสมาชิกและกิจการช.พ.ค. และหักชำระหนี้แทนผู้กู้ที่ค้างชำระเงินงวด 3 เดือนขึ้นไป

 

"ปฏิญญามหาสารคาม"พักหนี้ครูแค่1%ของ4แสนล้านที่มีปัญหา??


  
          แต่จากนี้ไปสำนักงาน สกสค.จะไม่รับเงินดังกล่าว แต่ธนาคารออมสินจะนำไปคืนให้แก่ครูเอง ผ่านการดำเนินการใน 2 แนวทาง คือ แนวทาง 1 ครูชำระหนี้รายเดือนเท่าเดิม แต่นำดอกเบี้ยที่ได้รับคืนไปปรับลดเงินต้น และแนวทางที่ 2 เฉพาะครูที่ต้องการลดงวดการชำระหนี้รายเดือนลง แต่คงระยะเวลาการชำระหนี้เดิม สามารถไปติดต่อธนาคารออมสินสาขาที่ใช้อยู่ ขอปรับปรุงเงื่อนไขการผ่อนชำระตามอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง เช่น ครูมีหนี้ 1 ล้านบาท ใน 1 ปีได้ลดดอกเบี้ย 1% เท่ากับลดไป 1 หมื่นบาท เป็นต้น
  
          ขณะที่ฝากฝั่ง ธนาคารออมสิน อธิบายว่า ที่ผ่านมาพยายามช่วยเหลือลูกหนี้ครูมาตลอด ไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้แบบไม่เป็นธรรมอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง โดยช่วงแรกมีการรับหนี้นอกระบบของครูเข้ามาอยู่กับออมสินทั้งหมดและคิดดอกเบี้ยต่ำเพียงปีละ 6-6.5% ซึ่งต่ำกว่าเพดานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดสูงสุดปีละ 28% และน้อยกว่าหนี้นอกระบบคิดถึงเดือนละ 10% 
   
          นอกจากนี้ยังขยายเวลาการผ่อนชำระถึง 30 ปี เพื่อบรรเทาภาระการกู้ให้ด้วย รวมถึงเปิดโอกาสให้เลือกใช้บุคคลค้ำประกันหรือการทำประกันชีวิตกับธนาคารไว้เป็นหลักประกันได้

          ปัจจุบันธนาคารยังช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ให้ครูเพิ่มเติม โดยดูความสามารถการชำระหนี้ หากผ่อนชำระแล้วเหลือเงิน 30% ของเงินเดือนจะช่วยเหลือให้ผ่อนแค่ดอกเบี้ยแต่ไม่ต้องส่งเงินต้น แต่หากผ่อนแล้วเหลือเงิน 15-30% ไม่ต้องผ่อนเงินต้น และผ่อนดอกเบี้ยเพียงแค่ครึ่งเดียว และถ้าผ่อนแล้วเหลือเงินน้อยกว่า 15% ไม่ต้องผ่อนเงินต้นแต่ผ่อนดอกเบี้ยเพียง 25% ยังมีการลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ที่มีประวัติผ่อนชำระดี 0.5-1%
  
          อย่างไรก็ตามธนาคารคงไม่ต้องไปหารือชี้แจงอะไร เพราะลูกหนี้ออมสินในโครงการช.พ.ค. ส่วนใหญ่ 99% เป็นลูกหนี้ที่ดี มีเพียงไม่ถึง 1% ที่มีปัญหาและไม่อยากผ่อนชำระคืนเชื่อว่าหลังวันที่ 1 สิงหาคม ลูกหนี้ครูส่วนใหญ่ยังจะผ่อนชำระหนี้เป็นปกติอยู่ และสกสค. ได้มีการทำความเข้าใจกับกลุ่มครูอยู่แล้ว เป็นไปตามหลักการปกติว่าเมื่อยืมเงินใครมาก็ต้องชำระคืนยิ่งเป็นแม่พิมพ์ของชาติด้วยก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชน
 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง