ไลฟ์สไตล์

ไม่ใช่ทางเลือก..แต่ไม่ควรเมิน

ไม่ใช่ทางเลือก..แต่ไม่ควรเมิน

21 ต.ค. 2552

ตอนนี้องค์กรอิสระ หรือเอ็นจีโอ กำลังเดินหน้าคัดค้านการใช้เทคโนโลยีตัดแต่งทางพันธุวิศวกรรมพืช หรือจีเอ็มโอ ในรูปแบบต่างๆ ทั้งรณรงค์ให้ข้อมูลต่อสาธารณชนทราบถึงผลร้ายของจีเอ็มโอ มีทั้งการยื่นหนังสือให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง อย่างบ้านเราถึงขนาดทำลายแปลงทดลองเลย

 เพื่อแสดงไม่เห็นด้วยกับกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาในการใช้เทคโนโลยีการตัดแต่งพันธุวิศวกรรมกับพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด คือ ข้าวโพด มันฝรั่ง และข้าว ให้มีผลถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังยื่นข้อเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปยับยั้งการอนุมัติบริษัท ไบเออร์ ที่กำลังเดินการมันฝรั่งจีเอ็มโอ  และข้าวโพดจีเอ็มโอ MON810 ของมอนซานโต พร้อมมีรายชื่อผู้ร่วมผลักดัน 1.8 แสนคน

 การเรียกร้องในครั้งนี้ ตัวแทนทั้ง 3 ประเทศ ได้นำประสบการณ์จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงของผลกระทบอันร้ายแรงจากการปนเปื้อนจีเอ็มโอ ที่แตกต่างจากวิถีเกษตรกรรมที่พึ่งพิงธรรมชาติโดยสิ้นเชิง เกษตรกรทั้ง 3 ประเทศยังนำตัวอย่างผลผลิตที่ได้จากการทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืนของตัวเอง ซึ่งได้แก่ ข้าวโพด มันฝรั่ง และข้าว  

 เกษตรกรที่เป็นตัวแทนจากประเทศไทยคือ คุณสำเนียง ฮวดลิ้ม อายุ 62 ปี ชาวนาจาก จ.ราชบุรี ได้นำเสนอความสำเร็จของการทำเกษตรกรรมอินทรีย์ ผ่านภาพศิลปะบนผืนนาของเธอ ที่สะท้อนภาพวิถีชีวิตชาวนาไทย เพราะประเทศไทยได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก แต่ในขณะนี้ข้าวไทยกำลังตกอยู่ในภัยคุกคามจากพืชจีเอ็มโอ

 พืชจีเอ็มโอนั้นมีมานานแล้ว อย่างมะละกอที่ฮาวาย สหรัฐอเมริกา คนบริโภคกันมาเกือบ 20 ปีแล้ว ของเราเองก็พัฒนาเทคโนโลยีนี้ที่ขอนแก่นกว่า 10 ปีแล้ว แต่ถูกกรีนพีซทำลายหมดแล้ว ประเทศแถวบ้านเราเองที่รัฐบาลอนุญาตปลูกพืชจีเอ็มโอได้อย่างเสรีคือ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม รวมถึงอินเดียและจีน โดยเฉพาะข้าวโพด มะละกอ และข้าว ถึงวันนี้ยังไม่มีใครยืนยันว่า ผู้บริโภคพืชจีเอ็มโอมีผลข้างเคียง ขณะเดียวกันก็ไม่มีใครยืนยันว่าพืชจีเอ็มโอที่ปลอดโรคให้ผลผลิตดีนั้นในอนาคตจะมีโรคใหม่เกิดขึ้นกับพืชจีเอ็มโอหรือไม่

 ฉะนั้นวันนี้พืชจีเอ็มโอไม่ใช่ทางเลือกสำหรับประเทศไทย แต่ไทยก็ไม่ควรจะละเลยเทคโนโลยีตัวนี้ เพราะทุกวันนี้อาหารที่มาจากพืชจีเอ็มโอมีขายเกือบทั่วโลกแล้ว ปล่อยให้สิทธิของผู้บริโภคเลือกเองจะดีกว่า มิฉะนั้นเราจะตกขบวนเทคโนโลยีเหมือนกับที่เราหลุดจากเทคโนโลยีอีเล็กตรอน เพราะหากในอนาคตคนยอมรับพืชจีเอ็มโอทั่วโลก เราต้องซื้ออย่างเดียว

 อย่าลืมว่า วันนี้ไทยปลูกส่งข้าวมากที่สุดในโลก ก็เพราะที่ทำนามาก แต่ผลผลิตของไทยต่ำมากครับ ตกไร่ละ 400-500 กิโลกรัมต่อไร่ เพราะเรามัวแต่ปฏิเสธเทคโนโลยี แม้กระทั่งข้าวลูกผสมก็ยังมีคนคัดค้าน ตอนนี้เวียดนาม จีน ผลิตข้าวไร่ละเกือบ 2,000 กิโลกรัมแล้ว

 หากปล่อยต่อไป จะถูกบันทึกว่า ไทยมีที่ทำนามากที่สุดในโลก แต่ผลผลิตและส่งออกอาจเป็นประเทศอื่นก็ได้ครับ

"ดลมนัส  กาเจ"