
น้องคนหนึ่งกำลังทุกข์ (2)
หลังจากกลับมาอยู่ด้วยกัน สามีชวนไปจดทะเบียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดิฉันคิดผิดที่สุดในชีวิต เพราะอยู่ด้วยกันไม่นานเขาก็ไม่ยอมให้ดิฉันคบเพื่อน จะไปไหนก็มักจะทะเลาะกัน
แต่ตัวสามีไปไหนร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำได้หมด และมักจะพูดจากับดิฉันขึ้นมึง กู อี แต่พอรุ่งเช้าสามีก็สามารถทำชีวิตปกติคุยหัวเราะกับดิฉันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นอยู่อย่างนี้นานจนคำว่ายังไงก็ได้ของดิฉันถึงจุดพีคค่ะ
เมื่อทุกอย่างถึงที่สุดเขาก็คงไม่คาดคิดคงไม่รู้ตัวเช่นเดิม ยังคงปากดีปากร้าย ทุกครั้งที่มีเรื่องจะต้องพูดอยู่แบบนี้ เลิกเลยนะไปเลยเลิกกันเดี๋ยวไปหย่าให้ แต่อย่ามายุ่งมาเจอลูก มันน่าขำหรือว่าดิฉันใจดำใจร้ายที่ดิฉันเลือกที่จะมีชีวิตของดิฉันมีความสุขบ้าง หลังจากไม่เคยใช้ชีวิตวัยรุ่นเลย ดังนั้นในช่วงชีวิตที่เหลือหลังจาก 30 ปีนี้ เลยคิดว่าขอชีวิตของตัวเองคืนเถอะ
ลูกดิฉันก็ไม่เอา เราแยกบ้านกันอยู่เนื่องจากดิฉันเป็นฝ่ายไปเองโดยย้ายไปอยู่ที่บ้านแม่ จนสามีเริ่มรู้สึกว่าดิฉันแปลกไปมาก แอบเอาลูกมาทิ้งไว้ที่บ้านแม่ดิฉัน ดิฉันก็จะโทรไปโวยวายว่าเมื่อไหร่จะหย่าให้และลูกก็ไม่ต้องเอามาดิฉันไม่เอา ตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 ดิฉันออกจากบ้านและย้ายมาอยู่ที่บ้านแม่ สามีก็ขอร้องให้ยกโทษให้โอกาสเขา โอกาสที่เขาขอ ดิฉันให้เขามาตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน แต่เขาไม่เคยมองเห็นค่ะ นัดหย่าแล้วนัดอีกก็ไม่เคยไป จนมาถึงวันนี้ค่ะ
ดิฉันย้ายออกจากบ้านแม่มาเช่าห้องอยู่คนเดียว และไม่ได้ติดต่อถามเรื่องหย่าหลายเดือนแล้ว ซึ่งช่วงที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเขาก็มีผู้หญิงอื่นตลอด
เวลาผ่านไปจนเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สามีแอบสืบที่อยู่ดิฉันรออยู่หน้าห้อง พอดิฉันเปิดประตูออกมาเขาก็ผลักดิฉันเข้าห้องไป ดิฉันตกใจมากทำอะไรไม่ถูก พยายามทำใจให้สงบมากที่สุด เพราะเขากักขังดิฉันไว้ตั้งแต่บ่ายวันเสาร์จนเช้าวันจันทร์ ที่ดิฉันต้องทำงานดิฉันถึงออกมาได้ เขาทำลายของนิดหน่อยปากก็ขอร้อง พอดิฉันไม่ยอมและบอกว่ามันนานมากพอจะรู้ได้แล้วว่าดิฉันคงไม่กลับคืน เขาก็อ้างลูกว่าดิฉันใจดำ พอดิฉันไม่ยอมเขาก็โมโหด่าว่าหยาบคายเช่นเดิมไม่เปลี่ยน
ตอนนี้ปวดหัวมากทำงานก็ไม่เป็นสุข ดิฉันเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่าสามีหึงโหดขอคืนดีภรรยาไม่ยอมแล้วก็ฆ่ากันตาย ดิฉันกลัวค่ะ
อ้อยใจ



